้น่าจะมองไม่เห็นเขา
นางก้มหน้าทำแผลให้นกอินทรีต่อ จนกระทั่งทำเสร็จเรียบร้อย จึ่งเงยศีรษะขึ้นมาแล้วมองไปทางด้านนั้น
ที่แท้ นางมองเห็นอีกฝ่ายแต่แรกแล้ว
“มิเสียทีที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด วิถีกระบี่ยอดเยี่ยม คิดไม่ถึงว่าจะสามารถมองเห็นข้าจากระยะไกลขนาดนี้ได้”
ชายวัยกลางคนที่สวมชุดเทานั้นมองดูเจ้าล่าเยวี่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางกล่าวว่า “มิน่าเจ้าพวกที่อยู่บนยอดเขาเหลี่ยงว่างถึงอยากได้ตัวเจ้าจนแทบจะเป็นบ้า”
เจ้าล่าเยวี่ยมองไปยังตำแหน่งที่อีกฝ่ายยืนอยู่ในความมืด กล่าวถามว่า “ท่านเป็นใคร?”
ชายกลางคนชุดเทากล่าว “ข้าแซ่จั่ว”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ที่แท้ก็อาจารย์อาจั่วแห่งยอดเขาปี้หู”
ด้านหลังอาจารย์อาจั่วผู้นี้มิได้แบกกระบี่เอาไว้ วิถีกระบี่ของเขาน่าจะบรรลุเข้าสู่ขั้นมิประจักษ์ไปแล้ว
อาจารย์อาจั่วมองนกอินทรีในมือเจ้าล่าเยวี่ย พลางกล่าว “เจ้านกตัวน้อยนี่ไม่สามารถขัดจังหวะการบำเพ็ญเพียรของเจ้าได้ ทว่ามันกลับหยั่งความลึกตื้นของเจ้าได้ มิคาดเลยว่าเจ้าจะปิดบังสภาวะที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถบรรลุขั้นสมความนึกคิดได้แล้ว ช่างน่าตกใจจริงๆ”
เจ้าล่าเยวี่ยวางนกอินทรีที่บาดเจ็บตัวนั้นเอาไว้ข้างหลังตน มิกล่าวกระไร
อาจารย์อาจั่วกล่าวต่อว่า “ตอนนี้ข้าอยากจะรู้สองเรื่อง หนึ่ง เจ้าเป็นศิษย์สืบทอดที่ยอดเขาไหนเลือกไปกันแน่? หรือจะเป็นท่านเจ้าสำนัก? อีกอ