ยๆ
ไม่นาน เขาก็มาถึงช่วงกลางของยอดเขา มาถึงชายขอบของชั้นเมฆ
หากในเวลานี้มีคนมองขึ้นมาจากด้านล่าง ก็จะมองเห็นเขาเป็นเพียงจุดสีดำในกองก้อนหินจุดหนึ่งเท่านั้น
คนที่สามารถมาถึงขอบของชั้นเมฆได้ในการขึ้นยอดเขากระบี่ครั้งแรกล้วนแต่เป็นศิษย์ในสำนักที่ยอดเยี่ยม
ลูกศิษย์ที่สามารถเดินเข้าไปในชั้นเมฆได้นั้นยิ่งหาได้ยาก
จิ๋งจิ่วเดินเข้าไป
……
……
ยอดเขาอวิ๋นสิง เมฆเคลื่อนไหวล่องลอยอยู่ตลอดเวลา
ชั้นเมฆที่หนาทึบและชุ่มชื้นขยับเขยื้อนไปมาไม่หยุด ทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกบดบังจนมืดมิด
เจตน์กระบี่ที่นี่มีปริมาณมากกว่า มีความรุนแรงมากกว่า หากเป็นลูกศิษย์ธรรมดา เพียงไม่กี่อึดใจก็คงจะแบกรับการโจมตีของเจตน์กระบี่เอาไว้ไม่อยู่
เจตน์กระบี่และความมืดมิดเหล่านี้มิอาจทำอะไรจิ๋งจิ่วได้ ในทางกลับกัน หลังขึ้นมาถึงชั้นเมฆ เขาก็มิต้องปิดบังร่องรอยของตนเองอีก แต่ละย่างก้าวมีความรวดเร็วขึ้น จนร่างกายเขากลายเป็นเหมือนควันบางๆ สายหนึ่ง หนึ่งก้าวไปได้ไกลหลายสิบจ้าง หูสองข้างลู่ลม คอยฟังเสียงรอบกาย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พบเจออุปสรรคใดๆ
มิรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จิ๋งจิ่วหยุดฝีเท้าลง
ที่นี่น่าจะอยู่ห่างจากปลายสุดของยอดเขามิไกลนัก การวิเคราะห์ของหลินอู๋จือถูกต้อง ก่อนที่อาจารย์อาม่อแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยผู้นั้นจะลาโลกไป เขาได้ถูกคำพูดของประโยคนั้นของจิ๋งจิ่วกระตุ้นความหยิ่งทะนงเป็นครั้งสุด จึงสามารถทำลายขีดจำกัด คืนกระบี่สู่ยอดเขา