ษย์ มิได้สนใจเรื่องที่เขาไม่เคยเข้าเรียนเลย
ตอนแรกลูกศิษย์คนอื่นเองก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน หลังผ่านการสังเกตไปช่วงหนึ่ง ก็พบว่าเขาเป็นดั่งที่ร่ำลือกันจริง จึงมิได้ไปสนใจอีก กระทั่งการพูดคุยถึงเขาก็มิได้มาก
เพราะวิถีกระบี่ทั้งยากเข็ญและอันตราย จำเป็นต้องทุ่มเทและขยันขันแข็ง ไหนเลยจะมีเวลามาสนใจผู้อื่น
ผ่านไปหลายวัน สถานที่่อื่นอย่างศาลาเป่ยเฮ่อก็ส่งศิษย์ที่ผ่านการทดสอบกลุ่มใหม่เข้ามากลุ่มหนึ่ง ศาลาหนานซงเองก็มีลูกศิษย์มาอีกหลายคน รวมไปถึงเซวียหย่งเกอ ศิษย์น้องอวี้ซาน และชายหนุ่มแซ่หยวนจากจังหวัดเล่อหลางผู้นั้นด้วย ดูเหมือนการจากไปของอาจารย์หลู่จะมิได้ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกเขามากนัก
ในศาลาสี่เจี้ยน เซวียหย่งเกอโพนทะนาเรื่องความเกียจคร้านและนิสัยที่ไม่ดีของจิ๋งจิ่ว น่าเสียดายที่ไม่ได้รับการตอบรับเท่าไร
ศิษย์น้องอวี้ซานและชายหนุ่มจากจังหวัดเล่อหลางพูดแก้ต่างให้จิ๋งจิ่ว ทั้งยังตั้งใจแวะไปเยี่ยมจิ๋งจิ่วครั้งหนึ่งด้วย
จิ๋งจิ่วยังคงมิเข้าใจ แต่การแสดงออกดูเป็นมิตรกว่าครั้งที่อยู่ศาลาหนานซงมากนัก
เขาจำชื่อของศิษย์น้องอวี้ซานได้ ทั้งยังเชิญนางและชายหนุ่มจากจังหวัดเล่อหลางคนนั้นกินผลไม้ด้วย
ในคืนวันนั้น วานรภูเขาสองตัวมาถึง ครั้นพบว่าไม่มีผลไม้กิน จึงอดรู้สึกแค้นใจมิได้
เวลาไหลไปอย่างแช่มช้าและเงียบสงบ
หลิ่วสือซุ่ยแอบมาหาเขาสองครั้ง ปูที่นอนพับผ้า ปัดกวาดที่อยู่อาศัยแทนเขา พูดกับเขาอีกสองสามประโยค