วามเขา มิกล่าวอันใดอีก
“เดิมการบำเพ็ญเพียรมันก็ต้องใช้ความมุ่งมั่นอยู่แล้ว”
หลิ่วสือซุ่ยเงยหน้าขึ้น มองไปยังใบหน้าด้านข้างของจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วกำลังอ่านคัมภีร์กระบี่ ดูมีสมาธิอย่างยิ่ง
หลิ่วสือซุ่ยรู้ว่าเขาเพียงแค่มิอยากมองหน้าตน
คุณชายเกียจคร้านยิ่งนัก แต่ไหนแต่ไรมามิเคยอ่านหนังสือมาก่อน
……
……
ในคืนวันที่หก หลิ่วสือซุ่ยมิได้มา
ในคืนวันที่เจ็ด เขามา
ในคืนวันที่แปด เขามิได้มา
ในคืนวันที่เก้า
จิ๋งจิ่วเงยหน้ามองนอกหน้าต่าง แน่ใจว่าเป็นเวลาดึกมากแล้ว เขาคงมิได้มาอีก
จากนั้น เขาก็มิได้มองออกไปนอกหน้าต่างอีก
……
……
วันเวลาหลังจากนั้นยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าไม่มีอะไรให้พูดถึง
ลูกศิษย์ในศาลาสี่เจี้ยนบำเพ็ญเพียรกันอย่างขยันขันแข็ง ในทุกๆ วัน ลูกศิษย์สิบกว่าคนที่เข้ามาในสำนักพร้อมกับเขาจะปีนขึ้นยอดเขากระบี่ไม่หยุด ได้ยินว่ามีบางคนที่มองเห็นความหวังที่จะประสบความสำเร็จแล้ว มีเพียงจิ๋งจิ่วที่ยังคงเป็นเหมือนเมื่อครั้งอยู่ที่ศาลาหนานซง ทุกวันนอนอาบแสงแดด วางเม็ดทรายลงไปในจานอย่างตั้งใจ รอคอยเวลาให้ทะเลวิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาลแปรเปลี่ยนเป็นสารอาหารที่ต้องใช้ในการหล่อเลี้ยงผลแห่งกระบี่
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป็นคนที่ผิดแผกไปจากคนอื่นอีกครั้ง
แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อครั้งที่อยู่ศาลาหนานซงก็คือ อาจารย์เซียนนามหลินอู๋จือที่มาจากยอดเขาเทียนกวงผู้นั้นเพียงแต่รับผิดชอบตอบคำถามให้แก่เหล่าลูกศิ