เนื่องเพราะวิ่งเร็วเกินไป แขนทั้งสองข้างของหลิ่วสือซุ่ยจึงลู่ไปด้านหลัง ดูคล้ายลูกเป็ดน้อย ค่อนข้างตลกและน่ารัก
จิ๋งจิ่วยืนรอเขาอยู่ที่เดิม มุมปากมีรอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี
หลิ่วสือซุ่ยวิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่ว
เพราะวิ่งเร็วเกินไป หยุดก็กะทันหันเกินไป บนพื้นหญ้าจึงถูกเท้าของเขาลากจนเป็นรอยสองรอย ร่างกายโงนเงนไปข้างหน้าข้างหลัง ครู่หนึ่งถึงจะหยุดนิ่งได้
ภาพนี้ดูแล้วค่อนข้างน่าขัน ในบรรดาลูกศิษย์ที่มาพร้อมจิ๋งจิ่วมีคนหลุดหัวร่อออกมา
แต่เสียงหัวร่อก็หายไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาเดาได้ว่าหนุ่มน้อยผู้นี้คือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดที่ร่ำลือกันผู้นั้น
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่หน้าจิ๋งจิ่ว สีหน้าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เขายื่นมือคิดอยากจะคว้ามือจิ๋งจิ่วเอาไว้ แต่พลันรู้สึกไม่เหมาะสม จึ่งรีบดึงมือกลับไปกำเป็นกำปั้นเอาไว้
……
……
กลุ่มคนที่เดินออกมาจากในป่าเห็นภาพนี้ ต่างพากันรู้สึกแปลกใจ
เพราะเวลาปกติหลิ่วสือซุ่ยเพียงรู้จักแต่การบำเพ็ญเพียรฝึกกระบี่ ใช้ชีวิตน่าเบื่อยิ่ง นิสัยเรียบง่ายและถ่อมตน น้อยครั้งที่จะเห็นเขาตื่นเต้นเพียงนี้
“คนผู้นี้คือใคร?” กู้หานถาม
มีลูกศิษย์กล่าวว่า “อาจารย์กู้ คนผู้นี้น่าจะเป็นจิ๋งจิ่วที่หลิ่วสือซุ่ยกล่าวถึงบ่อยๆ ขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ คนกลุ่มนั้นถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดหลิ่วสือซุ่ยจึงตื่นเต้นเพียงนี้
กู้หานมองใบหน้าจิ๋งจิ่ว คิ้วเลิกเล็กน้อย รู้สึกไม่สบอารมณ์
มิรู้ว่า