อกไปล้วนยากลำบาก
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวหยุดฝีเท้า ยืนอยู่ที่เดิม รับรู้ถึงเจตน์กระบี่ที่อยู่รายรอบ ใช้มันเพื่อลับคมความมุ่งมั่น พัฒนาการบำเพ็ญเพียร
กู้หานและคนอ้วนผู้นั้น อีกทั้งหลิ่วสือซุ่ยยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า
ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไร ทิวทิศน์ที่อยู่รอบกายค่อยๆ เลือนราง หมอกจับตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ น่าจะเป็นหมอกที่มาจากขอบของชั้นเมฆ
เมื่อมาถึงนี่ ไอกระบี่ที่แผ่กระจายออกมาจากตัวยอดเขายิ่งทวีความน่ากลัว หลิ่วสือซุ่ยใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจถี่กระชั้น
เพราะเขาอายุยังน้อย ระยะเวลาในการบำเพ็ญเพียรก็สั้น
แต่การที่เขาสามารถเดินมาถึงนี่ได้ มันก็แข็งแกร่งกว่าศิษย์ร่วมสำนักที่ยังอยู่ด้านล่างไม่รู้เท่าไรแล้ว
คนอ้วนผู้นั้นหอบหายใจเล็กน้อย มือเท้าเอวกล่าวว่า “ไม่รู้วันนี้ล่าเยวี่ยอยู่หรือไม่”
กู้หานสีหน้าเหมือนปกติ เจตน์กระบี่ในยอดเขากระบี่และความสูงเช่นนี้มิอาจทำอะไรเขาได้
ได้ยินคนอ้วนพูดเช่นนี้ เขามองไปทางยอดเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในก้อนเมฆ นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงโบกมือขึ้นมา คล้ายพยายามปัดเป่าภาพที่ไม่สบอารมณ์บางภาพให้หายไป
ทันทีที่มือของเขาโบกสะบัด บริเวณหน้าผาพลันมีลมแรงพัดขึ้นมา เมฆหมอกถูกพัดจนสลายหายไป ภาพรอบตัวพลันชัดเจนแจ่มแจ้ง
ด้านหน้าพวกเขามีผาขาดอยู่แห่งหนึ่ง หากเดินต่อไปอีกก้าวต้องตกลงไปอย่างแน่นอน ผนังหินตรงหน้าผาเรียบลื่นไร้ต้นหญ้า ไม่มีตำแหน่งไหนให้ใช้คว้าจับยืมแรงได้เลย
หลิ่วสือซุ