่ยเดินไปริมผา สายตามองไปเบื้องล่าง
ที่นี่อยู่ห่างจากพื้นดินพันกว่าจ้าง ถึงแม้หลังการบำเพ็ญเพียร สายตาของเขาจะดียิ่งกว่านกอินทรี แต่เขายังคงไม่สามารถมองเห็นสภาพเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน เขามองเห็นเพียงจุดดำเล็กๆ จำนวนหลายจุด
จุดดำเล็กๆ แต่ละจุดคือคน เมื่อคิดถึงว่ามีคนมากมายขนาดนี้กำลังจ้องมองตนอยู่ เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกประหม่า ลมหายใจยิ่งถี่กระชั้นขึ้น
เขาท่องเคล็ดกระบี่เงียบๆ พยายามสงบสติอารมณ์ กระทั่งลมหายใจเริ่มช้าลง เขาจึงค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น
เสียงฟิ้วดังขึ้น กระบี่บินยาวประมาณสองฉื่อ ตัวกระบี่มันวาวราวกระจกเล่มหนึ่งบินออกมาจากในแขนเสื้อของเขา
กระบี่บินฉวัดเฉวียนไปมากลางอากาศ จากนั้นลอยค้างกลางอากาศด้านนอกหน้าผา ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาตามความคิด
ขอเพียงก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง เขาก็จะสามารถยืนไปบนกระบี่
ปัญหาอยู่ที่ว่า บนโลกนี้มีกี่คนที่มีความกล้าที่จะสืบเท้าก้าวนี้ออกไป?
เดินหน้าหนึ่งก้าว คือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
ถอยหลังหนึ่งก้าว คือโลกปุถุชนอันวุ่นวาย
……
……
มิว่าเรื่องใดก็มิอาจครุ่นคิดนานนัก
ยิ่งคิดนาน ก็ยิ่งเกิดปัญหาได้ง่าย
หลิ่วสือซุ่ยจ้องมองดูหมู่เมฆที่อยู่นอกยอดเขา สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย ยังไม่อาจก้าวเท้าก้าวนี้ออกไปได้
กู้หานพูดด้วยสีหน้าราบเรียบอยู่ด้านหลังเขาว่า “ข้าให้เวลาเจ้าอีกสิบอึดใจ หากเจ้าไม่ก้าวออกไป ข้าจะผลักเจ้าออกไปเอง”
“ไม่ต้อง” หลิ่วสือซุ่ยพลันหันหน้ามาพู