ดกับเขา “อาจารย์กู้ ข้ายังจะพบคุณชายอีก”
พูดจบ เขาก็ก้าวเดินออกไป
กู้หานได้ยินเช่นนี้จึงโกรธเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วเตรียมทำอะไรสักอย่าง จากนั้นพลันเห็นภาพเหตุการณ์นี้
หลิ่วสือซุ่ยเดินไปในอากาศด้านนอกหน้าผา
เท้าขวาของเขาวางลงไป เหยียบลงไปบนกระบี่อย่างมั่นคง
กระบี่บินจมลงไปด้านล่างประมาณครึ่งฉื่อจึ่งหยุดนิ่ง
จากนั้น เท้าซ้ายของเขาก็เหยียบลงไปบนกระบี่
ลมหนาวหวีดหวิว ปะทะหน้าผาของยอดเขากระบี่ แล้วก็พัดโบกเสื้อผ้าบนตัวเขา
หลิ่วสือซุ่ยกางแขนทั้งสองข้าง ขาทั้งสองย่อลงเล็กน้อย โคลงเคลงไปซ้ายทีขวาทีเพื่อพยายามหาสมดุล
บนใบหน้าของเขามองไม่เห็นความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงแต่สมาธิที่แน่วแน่
กู้หานพลันคิดถึงภาพที่หลิ่วสือซุ่ยวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่วอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้
ลมม้วนกลับลงมาจากหน้าผา ร่างกายของหลิ่วสือซุ่ยโน้มไปด้านหน้า
คนอ้วนที่ยืนอยู่บนผาคนนั้นตกใจจนสะดุ้งเล็กน้อย
มิรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยตะโกนอะไรออกมา เขายืมแรงลม ก่อนจะบินออกไปในท้องฟ้า
นี่เป็นการขี่กระบี่ครั้งแรกของเขา ยังไม่สามารถทำให้เกิดเป็นลำแสงกระบี่ได้ เขาทำได้เพียงวาดเป็นเงาลางๆ เท่านั้น
เงากระบี่สายนั้นบินฉวัดเฉวียนไปในหมู่เมฆ ประเดี๋ยวหยุดประเดี๋ยวเปลี่ยนทิศทาง ทั้งยุ่งเหยิงและวุ่นวาย ดูแล้วอันตรายยิ่งนัก
ใต้หน้าผาที่อยู่ลึกลงไปมีเสียงอุทานตกใจและเสียงตะโกนดังขึ้นมา
คนอ้วนหน้าขาวซีด พร่ำบ่นกับตัวเองมิหยุดว่า “หากสือซุ่ยตกลงไปต