ผู้อาวุโสชุดดำหยุดฝีเท้า หมุนตัวกลับมามองจิ๋งจิ่ว ใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าประหลาดใจ กล่าวว่า “มิได้ใช้มานาน ข้าเองมิแน่ใจ”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เช่นนั้นแล้ว ให้ข้าลองดูได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินอู๋จือสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เหล่าผู้ดูแลของยอดเขาอวิ๋นสิงและลูกศิษย์เองก็มองไปที่เขา
ผู้อาวุโสชุดดำมองดูเขา นิ่งเงียบเป็นเวลานาน ก่อนกล่าวว่า “ได้สิ นั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า”
จากนั้นเขาเดินไปทางยอดเขากระบี่ต่อ
หลินอู๋จือมองจิ๋งจิ่ว เหล่าลูกศิษย์เองก็รู้สึกแปลกใจ
เมื่อครู่ตอนที่อาจารย์ลุงท่านนั้นถาม เจ้ามิยอมตอบ เวลานี้อาจารย์ลุงจะไป เจ้ากลับกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมา เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
ผู้อาวุโสชุดดำเงยหน้ามองดูยอดเขากระบี่ที่อยู่ในหมู่เมฆ
เสียงกระบี่เสียงหนึ่งดังขึ้น
แสงจากกระบี่ส่องสว่างหน้าผาที่อยู่ด้านล่างยอดเขา
ผู้อาวุโสชุดดำขี่กระบี่บินฉวัดเฉวียนตามลมขึ้นไป ร่างกายมิได้โค้งงออีก หากแต่ยืดตรงราวกับศิษย์หนุ่มสาวที่เพิ่งเข้ามายังสำนักชิงซาน
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ร่างกายของเขาหายลับไปในหมู่เมฆ ไม่สามารถมองเห็นตัวเขาได้อีก
……
……
……
……
เสียงร้องของกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนดังขึ้นมาบนยอดเขา
เหล่าลูกศิษย์ไม่รู้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น สีหน้าตะลึงลานพูดอะไรไม่ออก
เหล่าผู้ดูแลของยอดเขาอวิ๋นสิงตะโกนว่า “กระบี่อาจารย์ลุงม่อกลับคืนชิงซาน!”
ยอดเขาทั้งเก้าต่างตอบรับ เสียงของเหล่าลู