กศิษย์ชิงซานดังขึ้นมา “ขอแสดงความยินดี กระบี่ผู้อาวุโสม่อกลับคืนชิงซาน!”
ยอดเขาเทียนกวงมีเสียงกระบี่ดังยาว
ระฆังโบราณบนยอดเขาซั่งเต๋อสั่นพ้อง
ยอดเขาชิงหรงเมฆหมอกปกคลุม
……
……
“อาจารย์อาม่อจัดระเบียบคัมภีร์ต่างๆ อยู่บนยอดเขาซื่อเยวี่ยมาร้อยกว่าปี วันนี้….”
สายตามทอดมองยอดเขา หลินอู๋จือมิได้กล่าวประโยคนี้จนจบ กระบอกตาเปียกชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
กล่าวกันว่าผู้บำเพ็ญพรตต้องตัดขาดอารมณ์ให้สิ้น แต่จะมีกี่คนที่ทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำนักชิงซานบำเพ็ญเพียรก็หาใช่เต๋าไม่ หากแต่เป็นกระบี่
เมื่อเห็นกระบี่ วันหน้าก็มิอาจพบพานกันอีก แล้วจะมิให้เศร้าเสียใจได้อย่างไร
เวลานี้เหล่าลูกศิษย์ถึงได้เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อาจารย์ลุงม่อที่พูดคุยกับตนเองอย่างอ่อนโยนเมื่อครู่นี้ได้…จากโลกนี้ไปแล้ว
เขามายังยอดเขากระบี่ เพียงเพื่อเอากระบี่ของตนคืนแก่ชิงซาน
เขาหวังว่าในศิษย์รุ่นหลัง จะมีคนที่สามารถสืบทอดกระบี่เล่มนั้นของตนได้
เมื่อมองดูยอดเขากระบี่ ภายในใจของเหล่าลูกศิษย์พลันมีอารมณ์และความรู้สึกที่พูดไม่ออก เป็นความรู้สึกหนักอึ้ง
บางทีนี่ต่างหากที่เป็นวิชาแรกของชิงซาน
พวกเขามองไปทางจิ๋งจิ่วอีกครั้ง
เมื่อครู่จิ๋งจิ่วกล่าวกับอาจารย์ลุงม่อว่าจะใช้กระบี่ของเขา มันหมายความว่าอย่างไร? หมายความเช่นนั้นอย่างนั้นหรือ?
หลินอู๋จือมองไปทางจิ๋งจิ่ว กล่าวว่า “ข้ามิรู้ว่าเหตุใดเจ้าถึงรู้ว่าอาจารย์อาม่อเตรียมคืนกระบี่แก