รย์ลุงม่อมิใช่หรือ?”
ศิษย์คนอื่นเองก็ตกตะลึง ในใจครุ่นคิดหรือคนผู้นี้จะเป็นอย่างที่เล่าลือจริง?
ในเวลานี้เอง ภายในป่าด้านตะวันตกของยอดเขากระบี่มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา
คนเดินนำหน้าเป็นชายหนุ่ม ร่างกายสวมชุดสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเรียวราวกระบี่ สีหน้าเฉยเมยคล้ายน้ำแข็ง บุคลิกดูมิธรรมดา
สิ่งที่น่าตกตะลึงกว่านั้นคือด้านหลังเขามิได้แบกกระบี่ — หรือจะบอกว่าเขาอายุเพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างโอสถกระบี่ และเข้าสู่สภาวะมิประจักษ์ได้แล้ว?
เหล่าผู้ดูแลของยอดเขาอวิ๋นสิงเดินเข้าไปพูดคุยประโยคสองประโยค ทุกคนถึงได้รู้ว่า ที่แท้คนผู้นี้คือกู้หาน หนึ่งในอาจารย์เซียนที่สอนอยู่ที่ศาลาสี่เจี้ยน
กู้หานยังมีอีกสถานะหนึ่งที่สำคัญกว่า
เขาคือศิษย์พี่สามแห่งยอดเขาเหลี่ยงว่าง
ยอดเขาเหลี่ยงว่างเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมเหล่าลูกศิษย์ชายหญิงที่มีพรสวรรค์ที่สุดของสำนักชิงซาน กู้หานสามารถอยู่ในอันดับสามได้ วิธีกระบี่ของเขาคงต้องแข็งแกร่งมากทีเดียว
เมื่อมองดูกู้หาน ใบหน้าของเหล่าลูกศิษย์แสดงสีหน้าเคารพและชื่นชมออกมา
จิ๋งจิ่วมิได้เหลือบมองดูกู้หานแม้เพียงนิดเดียว หากแต่มองดูข้างกายกู้หานเงียบๆ
ข้างกายกู้หานมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่
นับตั้งแต่ที่เจอกันตรงปากทางเข้าหมู่บ้านก็ผ่านมาเป็นเวลาสามปีแล้ว สือซุ่ยได้กลายเป็นสือซานซุ่ย[1]
ตอนนี้เขากลายเป็นเด็กหนุ่ม คิ้วยังคงตรงเหมือนเดิม ดวงตายังคงสัตย์ซื่อ ใบหน้ายังคงดำ
ฝึกฝนอยู