ากระบี่แห่งนี้อย่างไร? หรือจะให้ค้นหาด้านล่างหน้าผาดูว่ามีกระบี่หรือไม่?
ศิษย์บางคนแอบครุ่นคิด
หลินอู๋จือรู้ว่าเหล่าศิษย์กำลังคิดอันใดอยู่ เขาเองก็มิได้โกรธ หากแต่ยิ้มพลางกล่าวว่า “สิ่งที่พวกเจ้าคิดได้ ศิษย์รุ่นก่อนๆ เองก็ย่อมคิดได้เช่นกัน ข้าจะบอกพวกเจ้า โพรงที่อยู่บนหน้าผาด้านล่างยอดเขาเหล่านี้คือโพรงกระบี่ มิรู้ว่าถูกค้นหามาแล้วกี่ปี หากพวกเจ้าสามารถหากระบี่ออกมาได้ นั่นก็ถือเป็นความสามารถของพวกเจ้า โชคเองก็ถือเป็นความสามารถเหมือนกันใช่หรือเปล่า?”
เหล่าศิษย์กล่าวอะไรไม่ออก ในใจครุ่นคิดเพียงแค่ยืนอยู่ด้านล่างภูเขายังยากลำบากขนาดนี้ หรือพวกเขาต้องปีนขึ้นไปยังด้านบนยอดเขากระบี่จริงๆ หรืออาจจะต้องขึ้นไปถึงยอดเขา?
หลินอู๋จือกล่าวเตือนว่า “อย่าลืมเสียล่ะ ยิ่งขึ้นไปสูง กระบี่บินก็จะยิ่งวิเศษ”
มีศิษย์คนหนึ่งพลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ กล่าวถามว่า “ได้ยินว่าศิษย์พี่เจ้าฝึกกระบี่อยู่บนยอดเขากระบี่?”
หลินอู๋จือพยักหน้ากล่าวว่า “มิผิด ในเวลานี้นางก็น่าจะอยู่ในก้อนเมฆ”
เหล่าศิษย์ตกตะลึง พากันพูดคุยซุบซิบกัน
เพียงแค่พวกเขายืนอยู่ตรงตีนเขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากในหมู่เมฆที่อยู่บนยอดเขากระบี่แล้ว หากต้องเดินเข้าไปในหมู่เมฆนั้น มันจะเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวแบบไหนกัน?
เพราะกระทั่งอาจารย์ของยอดเขาอวิ๋นสิงก็ยังไม่อยากจะอยู่บนยอดเขานานนัก แต่เจ้าล่าเยวี่ยกลับฝึกฝนอยู่บนย