อดเขา?
“เอากระบี่บนยอดเขากระบี่ ก็ถือเป็นการทดสอบความมุ่งมั่นและปัญญาของพวกเจ้า”
ปัญญาที่กล่าวไว้ในประโยคนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าหลินอู๋จือมิได้กล่าวอธิบายอะไรมากนัก
“จิตใจของเจ้าล่าเยวี่ยมั่นคงแน่วแน่ เป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์รุ่นที่สาม พวกเจ้าต้องเรียนรู้จากนาง”
กล่าวจบประโยคนี้ เขาก็เหลือบมองไปทางจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วเข้าใจเจตนาของเขา มิได้หมุนตัวหลบหลีก และมิได้ตอบอะไรกลับไป หากแต่มองไปบนหมู่เมฆที่อยู่บนยอดเขา ในใจครุ่นคิด “เจตน์กระบี่หลอมกายา?”
เจตน์กระบี่หลอมกายาเป็นวิชาที่ยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่ง โดยปกติแล้ว นอกจากผู้ฝึกกระบี่ที่ใกล้สิ้นอายุขัยแล้ว ไม่มีผู้ใดจะใช้วิชานี้ เนื่องเพราะมันอันตรายเกินไป
เจ้าล่าเยวี่ยคือคนที่สำนักชิงซานตั้งใจเลี้ยงดูฟูมฟัก หนทางข้างหน้าสดใส ยิ่งกว่านั้นยังอายุเพียงสิบปี ยังมีเวลาอีกมากในการบำเพ็ญเพียร แต่นางกลับตัดสินใจก้าวเดินบนเส้นทางที่แสนยากลำบากและอันตรายนี้
นี่ทำให้จิ๋งจิ่วเกิดความรู้สึกชื่นชมนางขึ้นมาเล็กน้อย
ขณะที่หลินอู๋จือกล่าวบรรยาย ผู้ดูแลของยอดเขาอวิ๋นสิงสามสี่คนก้าวเดินออกมาจากในหอตรงตีนเขา ก่อนจะเริ่มลงบันทึกชื่อของจิ๋งจิ่วและคนอื่น ขณะเดียวกันก็แจกป้ายกระบี่
พวกเขาบอกกล่าวเหล่าศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาในสำนักอย่างใจเย็นว่าป้ายกระบี่ใช้อย่างไร จะรู้ได้อย่างไรว่าตนไม่ไหวแล้ว หากพบเจออันตรายควรทำอย่างไร
ลูกศิษย์เหล่านั้นตก