ตะลึง เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ศิษย์บางคนอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “หรือวันนี้ต้องขึ้นเขาไปเอากระบี่?”
วันนี้คือวันแรกที่ศิษย์หลายๆ คนเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก รวมทั้งจิ๋งจิ่วด้วย แต่ผลปรากฏว่าต้องมาเจอการท้าทายเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?
หลินอู๋จือมองดูพวกเขา ยิ้มพลางกล่าวว่า “หรือพวกเจ้าเพิ่งรู้ว่าการขึ้นเขาไปเอากระบี่นั้นเป็นบทเรียนแรกของสำนักชิงซานเรา?”
……
……
ทันใดนั้นเอง ผู้ดูแลของยอดเขาอวิ๋นสิงที่กำลังทำการบันทึกชื่อแซ่เหล่านั้นพลันหยุดความเคลื่อนไหว สายตามองไปยังที่ๆ หนึ่ง
ครั้นเมื่อเห็นคนผู้นั้นเดินมาทางยอดเขากระบี่ เหล่าผู้ดูแลสีหน้าคร่ำเคร่ง จากนั้นรีบถอยไปยืนด้านข้าง โค้งตัวคำนับ ดูเคารพนอบน้อมยิ่ง
เหล่าลูกศิษย์ตกใจเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าคนสำคัญคนไหนมาเยือน จึงมองตามไปตามทางที่เดินเข้ามา
คนผู้นั้นคือผู้อาวุโสสวมชุดสีดำคนหนึ่ง ผมขาวเต็มศีรษะ ใบหน้าเหี่ยวย่น มิรู้อายุเท่าไร แล้วก็ดูไม่ออกว่ามีอะไรพิเศษ
สีหน้าหลินอู๋จือเองก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา สองมือประสานอยู่ด้านหน้า โค้งตัวเล็กน้อย กล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “น้อมส่งอาจารย์อาม่อ”
ผู้อาวุโสชุดดำหยุดฝีเท้ามองดูเขา พร้อมยกมือขึ้นมาประสานรับการคำนับ จากนั้นมองดูจิ๋งจิ่วแลคนอื่นๆ พลางกล่าวถามว่า “นี่เป็นศิษย์ในสำนักชุดใหม่หรือ?”
“หลังจากนี้ยังจะมีตามเข้ามาอีกขอรับ” หลินอู๋จือตอบ
ผู้อาวุโสชุดดำมองดูเหล่า