ศิษย์วัยเยาว์ บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยน กล่าวว่า “ไม่เลวๆ ดีๆๆ แข็งแกร่งกว่าสมัยพวกข้าไม่น้อยทีเดียว”
เพียงแค่กวาดตามองดูเล็กน้อย ผู้อาวุโสชุดดำก็ใช้จิตจำแนกแห่งกระบี่มองดูสภาวะของศิษย์เหล่านี้จนชัดเจน
ผู้อาวุโสชุดดำพูดคุยกับเหล่าศิษย์สองสามประโยค ถามว่ามาจากไหน แล้วไปฝึกบำเพ็ญเพียรตอนอยู่นอกสำนักที่ไหน สีหน้าอ่อนโยน คำพูดคำจาค่อนข้างให้กำลังใจ เหล่าศิษย์ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสคนนี้คือใคร เพียงเห็นอากัปกิริยาของหลินอู๋จือและเหล่าผู้ดูแล ก็คาดเดาว่าน่าจะเป็นบุคคลสำคัญอย่างมากคนหนึ่ง ไหนเลยจะกล้าแสดงความไม่พอใจ จึงกล่าวตอบไปอย่างระมัดระวัง
หลินอู๋จือยืนฟังอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ มิได้พูดแทรกจังหวะ และมิได้เร่งเร้า
จิ๋งจิ่วรู้สึกแปลกใจ ชิงซานทั้งเก้ายอด ไม่มีอาจารย์กระบี่บนยอดเขาไหนจะสวมชุดดำ
ตอนนี้เขามองสภาวะของผู้อาวุโสชุดดำผู้นี้ไม่ออก แต่เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน อีกฝ่ายดูอ่อนแอทั้งกายและใจ น่าจะไม่อาจเทียบหลินอู๋จือได้
เหตุใดหลินอู๋จือถึงเคารพนอบน้อมคนผู้นี้ถึงเพียงนี้?
เขาพลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
ในเวลานี้เอง ผู้อาวุโสชุดดำมองมาทางเขาพอดี สีหน้าตะลึงเล็กน้อย กล่าวว่า “เด็กคนนี้หล่อเหลาเสียจริง”
หลินอู๋จือยิ้มพลางกล่าว “ทุกคนต่างรู้ว่าเขารูปงาม นั่นเป็นเพราะอาจารย์อาคัดหนังสืออยู่บนยอดเขาซื่อเยวี่ยทุกวัน มิได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้”
ผู้อาวุโสชุดดำยิ้มๆ มองไปทางจิ๋งจิ่วพล