่หน้าภาพเหมือนรูปหนึ่ง รูปเหมือนนั้นดูเแล้วยังใหม่ น่าจะเพิ่งแขวนเอาไว้ไม่ถึงปี
นั่นคือภาพเหมือนของนักพรตจิ่งหยาง
จิ๋งจิ่วมองดูใบหน้าที่ดูคล้ายจริงแต่ก็คล้ายภาพลวงตาบนภาพเหมือนนั้นอย่างเงียบๆ เขาจ้องมองอยู่นาน ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร”
เมื่อเดินออกมาจากหอเล็กแห่งนั้น ก็จะถือว่าออกจากโลกปุถุชน มายังประตูด้านในของสำนักชิงซาน
จิ๋งจิ่วเงยหน้ามองขึ้นไป ก่อนจะเห็นยอดเขาอื่นๆ ของชิงซานอันตรธานหายไป คงเหลือเพียงยอดเขาเก้ายอดที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ท้องฟ้า
ก้อนเมฆระหว่างยอดเขาหยุดนิ่งมิไหวติง ลอยนิ่งเหมือนดั่งร่มดั่งฝาครอบ ตำแหน่งที่เบาบางที่สุดบางราวกับกระดาษ ทิวทัศน์งดงามเกินบรรยาย
อาจารย์หลี่ว์ยืนรอเขาอยู่นอกหอ ครั้นมองเห็นเขาคล้ายคิดคำนึง จึงอมยิ้มขึ้นมาโดยมิรู้ตัว ภายในใจครุ่นคิดในที่สุดก็ได้เห็นเด็กหนุ่มคนนี้คิดอะไรได้บ้าง
จากนั้นพลันคิดถึงตนเองเมื่อครั้งที่ได้เข้ามาในสำนักและเห็นยอดเขาทั้งเก้าเป็นคราวแรก ก็ตะลึงลานเช่นนี้เหมือนกัน จึ่งอดทอดถอนใจมิได้
หลายปีมานี้เขาไม่อาจบรรลุเข้าขั้นคเนจรได้เสียที อายุขัยมีจำกัด หนทางข้างหน้าไม่แน่นอน จึงได้แต่ต้องจากยอดเขาทั้งเก้ามาเป็นอาจารย์เซียนฝึกสอนอยู่นอกสำนัก
หากมิเป็นเพราะบังเอิญได้ยินคำพูดนั้นและอดทนเสาะหาอยู่โดยรอบเมืองอวิ๋นจี๋ จนในที่สุดก็ได้เจอตัวหลิ่วสือซุ่ยและจิ๋งจิ่วอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้น บางทีชีวิตข