องเขาหลังจากนี้คงจะต้องอยู่ที่ศาลาหนานซงไปตลอด ไหนเลยจะเป็นเหมือนอย่างตอนนี้ได้ เวลานี้เขาได้รับยาวิเศษชั้นยอดเนื่องเพราะทำความดีความชอบให้แก่สำนัก ทั้งยังได้กลับไปยังยอดเขาซั่งเต๋อเพื่อบำเพ็ญเพียรต่อ ไม่แน่อาจจะมีโอกาสบรรลุขั้นคเนจรจริงๆ ก็เป็นได้
“ศิษย์น้องจิ๋ง เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่?” อาจารย์หลี่ว์ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว
ขอเพียงเข้าเป็นศิษย์ในสำนัก ก็จะเรียกขานกันเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้อง เพราะต่างก็เป็นศิษย์รุ่นที่สาม ส่วนที่ว่าจะติดตามอาจารย์คนไหน นั่นเป็นเรื่องหลังจากงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน แต่แน่นอนว่าจะต้องถูกอาจารย์บนยอดเขานั้นๆ ชอบพอด้วยเช่นกัน
อาจารย์หลี่ว์มาจากยอดเขาซั่งเต๋อ ก็ย่อมหวังให้จิ๋งจิ่วได้ขึ้นไปบำเพ็ญที่ยอดเขาซั่งเต๋อ
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “นักพรตจิ่งหยางบรรลุเป็นเซียน มิใช่ตายเสียหน่อย เหตุใดรูปของเขาจึงถูกแขวนอยู่ในหอ?”
อาจารย์หลี่ว์ตะลึง ไหนเลยจะคิดถึงว่าเขาจะถามคำถามนี้ออกมา ในใจครุ่นคิดศิษย์น้องจิ๋งมิธรรมดาจริงอย่างที่คาด ไม่รู้มีศิษย์มากมายเท่าไรที่เคยมองดูรูปปรมาจารย์แต่ละรุ่นในหอแห่งนั้น แต่ใครบ้างจะคิดถึงจุดนี้?
คำถามนี้เขาไม่อาจตอบได้ จึงได้แต่ยิ้มเจื่อนกลับไป จากนั้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ข้าจะกลับไปเก็บตัวบำเพ็ญบนยอดเขา จากกันครานี้มิรู้เมื่อไรจึงจะได้พบพานกันอีก ศิษย์น้องรักษาตัวด้วย”
จิ๋งจิ่วมองเขาพลางกล่าว “ข้าคิดว่าท่านคงไม่มีปัญหาอะไร”
อาจารย์หลี่ว์ยิ้มเจ