“น่าขันสิ้นดี ผู้ใดจะเข้าทดสอบเป็นศิษย์ในสำนักก็ได้อย่างนั้นหรือ?”
เซวียหย่งเกอเปิดประเด็น ลูกศิษย์บางคนก็ตะโกนสำทับขึ้นมา
เมื่อศิษย์น้องอวี้ซานพบว่าวันนี้มีคนแย่งทดสอบเข้าเป็นศิษย์ในสำนักก่อนตน เดิมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อนางเห็นว่าคนผู้นั้นคือจิ๋งจิ่ว ความรู้สึกผิดหวังทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดใจและยินดี
“ทำไมจะมิได้เล่า? ความสามารถของศิษย์น้องจิ๋งเป็นอย่างไร มีผู้ใดในศาลาหนานซงมิรู้บ้าง? ข้าว่าพวกเจ้าก็เพียงแต่ริษยาเท่านั้น” นางมองเหล่าลูกศิษย์ที่มีเซวียหย่งเกอเป็นผู้นำ แค่นหัวเราะกล่าวว่า “เป็นเพราะปกติเยาะเย้ยศิษย์น้องเอาไว้บ่อยครั้ง เวลานี้เลยรู้สึกอับอายใช่หรือไม่?”
ในช่วงเวลาสองปีที่อยู่ในศาลาหนานซง บางครั้งคราวจิ๋งจิ่วจะช่วยศิษย์ร่วมสำนักเหล่านี้ไขปัญหาข้อข้องใจ แม้นจำนวนครั้งไม่เยอะ แต่สำหรับผู้ที่มิเคยสัมผัสกับการบำเพ็ญเพียรมาก่อนกลับเป็นการช่วยเหลือที่สำคัญยิ่ง ศิษย์บางคนเลือกที่จะลืมการช่วยเหลือเหล่านี้และมองจิ๋งจิ่วเป็นคนแปลกหน้า ศิษย์บางคนเคยได้รับการช่วยเหลือ แต่กลับเยาะเย้ยถากถางจิ๋งจิ่ว ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังมีหลายคนที่รู้สึกขอบคุณ พวกเขายืนอยู่ฝั่งศิษย์น้องอวี้ซาน กล่าวต่อว่าเซวียหย่งเกอแลศิษย์เหล่านั้นจนพูดไม่ออก ทั้งยังส่งเสียงโห่ร้องให้กำลังใจจิ๋งจิ่วที่เดินเข้าไปในหอกระบี่
……
……
“ข้านึกว่าเขาจะมนุษย์สัมพันธ์แย่เสียอีก”
ครั้นได้ยินเสียงโห่ร้องที่ดังมาจาก