เย็นอยู่ “ข้ากำลังครุ่นคิดว่าหลิ่วสือซุ่ยนั้นใช่เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดจริงหรือไม่ ตอนที่เจ้าล่าเยวี่ยถือกำเนิดในเมืองเจาเกอนั้นมีคนของสำนักเราคอยตามอยู่ข้างกายตลอด จึงรู้สถานการณ์ของนางเป็นอย่างดี ทว่าหลิ่วสือซุ่ยผู้นี้ล่ะ?”
น้ำเสียงของเจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงเยือกเย็นขึ้นกว่าเดิม กล่าวว่า “ศิษย์พี่มิต้องกังวล ข้าได้ตรวจสอบดูหลิ่วสือซุ่ยด้วยตัวข้าเอง ไม่มีปัญหา”
นี่จึงทำให้หยวนฉีจิงทราบว่านางเคยไปดูหลิ่วสือซุ่ยมาแล้ว หลังนิ่งเงียบไปครู่จึงถามว่า “เมื่อไร?”
เจ้ายอดเขาชิงหรงกล่าว “หนึ่งปีก่อน”
ตามหลักแล้ว เมื่อเจ้ายอดเขาชิงหรงเคยตรวจสอบแล้ว ทั้งยังมีเจตนาปกป้องชัดเจนเพียงนี้ หยวนฉีจิงก็ควรจะรามือแต่เพียงเท่านี้ ทว่าเขายังคงกล่าวต่อไปว่า “ข้าเองก็เคยตรวจสอบเด็กคนนี้เหมือนกัน ก่อนเข้าสำนักเขาเคยเรียนเคล็ดการหายใจที่หาได้ยากอย่างหนึ่งมา ข้านึกสงสัยว่าเขาจะเป็นสายลับ เราควรตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้น”
น้ำเสียงของเจ้ายอดเขาชิงหรงกลับมิปรวนแปร กล่าวอย่างราบเรียบว่า “ในเมื่อท่านตรวจสอบแล้ว เช่นนั้นก็น่าจะทราบว่าเขามิใช่สายลับอย่างแน่นอน”
กระบี่สามเล่มที่เหลือยังคงนิ่งเงียบ แต่เจ้ายอดเขาสามยอดที่เหลือที่แอบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังกระบี่ ซึ่งอาจอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้กลับได้ยินคำพูดนี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ครั้นได้ยินความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเจ้ายอดเขาชิงหรง ก็ทราบว่าการสนทนาวันนี้คงพอแต่เพียงเท่า