นี้
เป็นไปดังคาด หลังเจ้ายอดเขาชิงหรงกล่าวจบ หยวนฉีจิงก็มิได้ว่ากระไรอีก
แต่เจ้ายอดเขาชิงหรงเองก็มิได้ดึงดันจะเรียกตัวหลิ่วสือซุ่ยเข้ามายังยอดเขาทั้งเก้าก่อนเวลา
จากนั้นเพียงครู่ กระบี่บินห้าสายสลายตัวคนละทิศละทาง ทะเลหมอกบนยอดเขากลับคืนสู่ความสงบ ราวกับมิเคยมีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน
……
……
บนยอดเขาซั่งเต๋อหนาวเหน็บ โดยเฉพาะหลังจากลำแสงกระบี่นั้นบินกลับเข้าไปในโพรงหิน อุณหภูมิพลันลดต่ำอย่างฉับพลัน บนผนังหินมีน้ำค้างแข็งเกาะในพริบตา
ยอดเขาแห่งนี้รับผิดชอบตรวจตราทั่วทั้งสำนักชิงซาน กระบี่หลักนามสามฉื่อ
ที่มาของนามกระบี่นี้มิได้มาจาก ‘สามฉื่อเหนือศีรษะมีเทพปกปักษ์’ หากแต่มาจาก ‘น้ำแข็งหนาสามฉื่อ มิได้เกิดขึ้นในวันเดียว’
ในส่วนลึกของถ้ำ ชายชราผู้หนึ่งมองดูน้ำค้างแข็งที่เกาะอยู่บนผนัง นิ่งเงียบมิพูดจา
หยวนฉีจิงเจ้าแห่งยอดเขาซั่งเต๋อ ผู้ควบคุมกฎแห่งกระบี่ สถานะแลอำนาจในชิงซานเป็นรองเพียงเจ้าสำนัก นิสัยเย็นชา เป็นที่เกรงกลัวของเหล่าลูกศิษย์มาโดยตลอด
“ดูเหมือนลูกศิษย์นามหลิ่วสือซุ่ยผู้นั้น จะเป็นคนที่ยอดเขาใดยอดเขาหนึ่งเลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว”
ผู้ที่กล่าวคืออาจารย์กระบี่วัยกลางคนนามฉือเยี่ยน เป็นศิษย์น้องที่อยู่ยอดเขาเดียวกับหยวนฉีจิง ดูเหมือนเขาจะได้ยินการสนทนาครั้งนี้ทั้งหมด
ลึกลงไปในดวงตาของหยวนฉีจิงมีความเยือกเย็นและเด็ดขาดสว่างวาบขึ้นมา
หลายปีมานี้ เรื่องราวแบบนี้ในสำนักชิงซานนับวันจะยิ่งม