มดอกหนึ่งงอกออกมา
หลิ่วสือซุ่ยมองรอยยิ้มของเขาจนตาลาย จึงกล่าวอุทานออกมาว่า “คุณชายยังคงรูปงามถึงเพียงนี้”
จิ๋งจิ่วมองดูใบหน้าที่สะท้อนอยู่บนจานกระเบื้อง กล่าวว่า “นั่นสิ ผ่านมาสองปีแล้ว ยังรู้สึกไม่ชินเท่าไร”
หลิ่วสือซุ่ยได้สติขึ้นมา ก่อนจะถามอย่างไม่สบายใจว่า “คุณชาย ท่านเป็นใครกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ามิอยากบอกเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยก้มหน้าซึมเซา ส่งเสียงอื้อในลำคอ
จิ๋งจิ่วมองดูท่าทางของเขา จึงกล่าวปลอบใจว่า “เอาเป็นว่าข้ามิใช่สายลับ”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดจริงจัง พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง จึงมิรู้สึกกังวลใจอีก
คนที่รูปโฉมงดงามเหมือนอย่างคุณชาย จะเป็นสายลับได้อย่างไรกัน? ยิ่งไปกว่านั้นเขายัง…เกียจคร้านถึงเพียงนี้
บนโลกมีสายลับที่เกียจคร้านเช่นนี้ที่ไหนกัน? ทั้งวันเอาแต่เหม่อลอยอยู่ในที่พัก จะไปสืบอะไรได้?
……
……
เหล่าศิษย์นอกสำนักทั้งหมดของศาลาหนานซงต่างมารวมตัวกันอยู่หน้าหอกระบี่ เหล่าผู้ดูแลเหล่านั้นก็มาด้วยเช่นกัน
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่บนบันไดหินหันหน้ามองกลับไป ในใจวิตกกังวลเล็กน้อย มิได้เป็นเพราะสายตาที่บ้างคาดหวังบ้างริษยาเหล่านั้น หากแต่เป็นเพราะจิ๋งจิ่วมิได้มาจริงอย่างที่คิดเอาไว้
อาจารย์หลี่ว์ตบบ่าเขา กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา”
เขารู้ดีว่าตนเองมิใช่คนแรกที่ค้นพบว่าหลิ่วสือซุ่ยคือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด แต่หลิ่วสือซุ่ยคือคนที่เขาพากลับมาจากหมู่บ้านแห่งนั้น ในหนึ่งปีมานี้เขาให้การเอาใ