อย่างไร?”
เคล็ดการฝึกขั้นต้นของสำนักชิงซานในเวลานี้มีอยู่สองจุดที่ถูกแก้ไขให้แตกต่างไปจากเคล็ดการบำเพ็ญเมื่อครั้งอดีต ซึ่งล้วนแต่เป็นลายมือของจิ่งหยาง
จิ๋งจิ่วย่อมต้องทราบถึงเรื่องนี้ ทั้งยังทราบอีกว่าในสองจุดนั้น มีอยู่จุดหนึ่งที่ทำการแก้ไขผิด
“มิว่าผู้ใดก็ล้วนแต่ทำผิดพลาดได้ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นศิษย์นอกสำนักหรือว่าปรมาจารย์อาก็ตาม”
จิ๋งจิ่วกล่าว
อาจารย์หลี่ว์สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดคำพูดนี้ช่างน่าขันสิ้นดี
เขาครุ่นคิดถึงตอนช่วงเช้า ที่จิ๋งจิ่วกล่าวว่าวิธีการสั่งสอนศิษย์นอกสำนักของสำนักมิถูกต้อง กฎควรทำการปรับเปลี่ยน….
“จริงอยู่ที่สติปัญญาแลพรสวรรค์ของเจ้านั้นมิเลวอย่างยิ่ง อันความคิดเองก็มีความละเอียดลออ แต่นี่มิใช่เหตุผลที่เจ้าจะทำอะไรตามใจได้”
อาจารย์หลี่ว์มองเขาพลางกล่าวเสียงเบา “ศิษย์ของสำนักชิงซานเราต้องมีความทะนง แต่ห้ามมิให้ถือดีเด็ดขาด”
ถือดีงั้นหรือ?
ครั้นครุ่นคิดถึงสองจุดบนเคล็ดการฝึกขั้นต้นที่ทำการแก้ไขผิดพลาดนั้น จิ๋งจิ่วพลันทอดถอนใจ
ในครานั้นจิ่งหยางนับเป็นคนที่ถือดีที่สุดในโลกจริงๆ เขาถึงได้ทำผิดพลาดเช่นนี้และเช่นนั้น
ครั้นเห็นเขานิ่งเงียบ อาจารย์หลี่ว์นึกว่าเขาฟังเข้าใจ จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและปรารถนาดี “ไม้ใหญ่ในป่าลึก มักจะถูกลมพัดจนล้ม กระบี่ออกจากเก้าขุนเขา ย่อมต้องเจอกับลมพายุโหมกระหน่ำ คนเราเมื่อใดที่โดดเด่นมีความสามารถ มักจะถูกผู้อื่นอิจฉา