……
เวลาเหมือนดั่งสายน้ำ
พริบตาก็ผ่านไปหนึ่งปี
เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิอีกครา
หลิ่วสือซุ่ยก้าวออกมาจากหอกระบี่ เดินไปตามทางหินเข้าไปในป่า
เหล่าศิษย์นอกสำนักหลายสิบคนที่อยู่ตรงพื้นราบริมผาเห็นภาพนี้จนชินชา ทุกคนต่างรู้ว่าเขากำลังมุ่งไปที่ใด มิมีผู้ใดรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก ต่างคนต่างกล่าวทักทายเขา
หลิ่วสือซุ่ยพยักหน้าส่งยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท
ตอนนี้เขาอายุสิบสองปี ในอีกมุมหนึ่งควรจะเรียกเขาว่าชายหนุ่มได้แล้ว
หน้าตาท่าทางของเขายังคงใสซื่อน่าคบหา เพียงแต่สายตาดูมีความสงบมากขึ้นกว่าเดิม บุคลิกเองก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เดินพลางยิ้มเล็กน้อย ดูมั่นอกมั่นใจยิ่งนัก
เมื่อเห็นหลิ่วสือซุ่ยเดินเข้าไปในที่พักหลังนั้น เหล่าศิษย์พลันจับกลุ่มกัน แล้วเริ่มพูดคุยกันขึ้นอีกครั้ง
ในฐานะที่เป็นศิษย์ที่ทางสำนักชิงซานให้ความสำคัญ ทุกความเคลื่อนไหวของหลิ่วสือซุ่ยจึงถูกคนจับตามอง
เมื่อคืนที่ผ่านมา ทุกคนต่างรู้ว่าเขาได้สมัครขอทดสอบเข้าเป็นศิษย์ในสำนัก
มีเพียงผู้ที่บรรลุขั้นรักษาจิตจนบริบูรณ์จึงจะสามารถตอบสนองกับหน่อกระบี่ และมีสิทธิ์เข้าไปเป็นศิษย์ในสำนัก
ปัญหาอยู่ที่ว่า หลิ่วสือซุ่ยเพิ่งจะเข้าสำนักชิงซานมาได้เพียงปีเดียวเท่านั้น
ในช่วงเวลาหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา มีเพียงปรมาจารย์อาที่บรรลุกลายเป็นเซียนผู้นั้นที่ใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็สามารถเข้าเป็นศิษย์ในสำนักได้
จัวหรูซุ่ยซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของเจ้าสำนักชิง