ก้อนหินที่ถูกลมพัดจนเขยื้อนเล็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น หากไม่มองอย่างละเอียด เกรงว่าคงยากที่จะสังเกตเห็นได้
“นั่นพยักหน้าหรือว่าทำทาน?” มีลูกศิษย์หัวเราะเยือกเย็นพลางกล่าวว่า “เกิดมารูปงาม ตระกูลร่ำรวย แล้วจะอวดดี ทำตัวหยิ่งผยองเช่นนี้ได้งั้นหรือ? เหตุใดเขาไม่คิดบ้างว่าสำนักชิงซานของพวกเรานั้นเป็นสถานที่สำหรับฝึกฝนตนเองบนธรรมวิถี สิ่งต่างๆ ในโลกปุถุชนมีประโยชน์อันใด? ตอนนี้เขาถือดีอะไรมาทำตัวหยิ่งจองหอง เวลานี้ศิษย์น้องสือซุ่ยต่างหากถึงจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด บ่าวในตอนแรกพลันกลายเป็นคนที่ตัวเองไม่อาจเทียบชั้นได้ เขาคงรู้สึกอับอายแน่ หลายวันมานี้ถึงไม่ยอมออกมา”
สำหรับเรื่องที่จิ๋งจิ่วไม่ยอมออกมาจากบ้าน มีคนพูดกันไปต่างๆ นาๆ บางคนบอกเขาเกียจคร้าน แต่ลูกศิษย์หลายๆ คนต่างคิดว่าเป็นเพราะเหตุผลนี้
หญิงสาวที่ทักทายจิ๋งจิ่วผู้นั้นคิดอยากจะแก้ต่างให้เขา แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร เพราะมองอย่างไรมันก็เป็นอย่างที่ศิษย์คนนั้นว่าไว้
ไม่ว่าใครหากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับจิ๋งจิ่วเช่นนี้ ก็คงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนหรืออับอายขายหน้ากระมัง
……
……
ภายในหอกระบี่ ลูกศิษย์สิบกว่าคนนั่งอยู่บนพื้น ไม่ได้พลิกอ่านหนังสือที่อยู่ในมือ หากแต่กำลังพูดคุยอะไรกันอยู่
เซวียหย่งเกอที่มีภูมิหลังที่ดีนั่งอยู่ในตำแหน่งที่สะดุดที่สุด ทว่าเขาไม่ใช่คนที่ถูกรายล้อม ความจริงแล้วเหล่าลูกศิษย์รวมทั้งเขากำลังนั่งล้อมหลิ่วสือซุ