นอกจากความตกใจแล้ว ในสายตาเหล่านั้นยังมีความเห็นใจ สงสารแลเย้ยหยัน ทั้งยังมีความรังเกียจและไม่พอใจ
ก็เหมือนกับที่ศิษย์ที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ผู้นั้นกล่าวไว้ เหล่าศิษย์ในศาลาหนานซงต่างคิดว่าสาเหตุที่จิ๋งจิ่วมิยอมออกจากที่พัก เนื่องเพราะหลิ่วสือซุ่ยฝึกปรือได้ก้าวหน้าเหนือเขา เพียงแต่เหตุใดวันนี้เขาถึงออกมา?
เซวียหย่งเกอมองจิ๋งจิ๋ว จากนั้นยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “มิเห็นหรือว่าพวกเรากำลังคุยกันเรื่องบำเพ็ญเพียร? อีกอย่าง เจ้าสั่งใคร? มานี่หน่อย? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? ยังมองตัวเองเป็นคุณชายอีกหรือ?”
ไม่มีใครตอบรับคำพูดของเซวียหย่งเกอ แม้แต่เสียงพูดของตัวเขาเองก็ยังเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไป เนื่องเพราะภาพหลิ่วสือซุ่ยถูกคำพูดของเขายั่วยุ หน้าดำหน้าแดงมิสนใจใยดีจิ๋งจิ่ว ซึ่งเป็นภาพที่เขาอยากเห็นมากที่สุดหาได้เกิดขึ้นไม่
ในขณะที่เขากล่าวคำพูดนี้ หลิ่วสือซุ่ยก็ได้วิ่งไปหาจิ๋งจิ่ว กล่าวว่า “คุณชาย ท่านยอมออกมาแล้วหรือ!”
มิว่าผู้ใดก็มองออก เขารู้สึกดีใจจริงๆ ใบหน้าเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้ม คล้ายดอกไม้ก็มิปาน
……
……
ครั้นกลับมายังที่พักของจิ๋งจิ่ว หลิ่วสือซุ่ยยังคงอยู่ในสภาพตื่นเต้น ถามเขามิหยุดเหตุใดวันนี้จึงออกมา ต่อไปจะออกมาบ่อยๆ ใช่หรือไม่ เป็นเพราะคิดตกแล้ว เตรียมบำเพ็ญเพียรใช่หรือไม่
เป็นครั้งแรกที่จิ๋งจิ่วรู้สึกเจ้าเด็กนี่น่ารำคาญ จึ่งยกมือขวาขึ้นมา
หลิ่วสือซุ่ยรีบปิดปาก
“ตอนเช้าหลังเจ้าออ