กไป ข้าคิดขึ้นได้ว่าลืมเรื่องหนึ่งไป จึงไปตะโกนเรียกเจ้า”
จิ๋งจิ่วคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวอธิบายออกมาประโยคหนึ่ง “ข้ามิใช่มิยอมออกไป หากแต่ขี้เกียจที่จะออกไป”
หลิ่วสือซุ่ยพยักหน้าหงึกๆ แสดงออกว่าตัวเองเข้าใจ ก่อนจะถามอย่างใคร่รู้ว่า “คุณชายหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เจ้าบรรลุสภาวะแล้วหรือ?”
หลิ่วสือซุ่ยมิกล้าสบตา ก้มหน้าพลางกล่าว “อาจารย์เซียนไม่ให้ข้าพูด…”
อาจารย์หลี่ว์มิให้เขาพูด ด้วยกลัวกระทบต่อการบำเพ็ญของศิษย์คนอื่น อัจฉริยะเหมือนอย่างเขาอาจกระตุ้นให้ศิษย์ร่วมสำนักฮึกเหิมที่จะมุ่งไปข้างหน้า ทั้งยังอาจจะทำลายความมั่นใจของศิษย์ร่วมสำนักได้เช่นกัน
ที่หลิ่วสือซุ่ยมิได้บอกจิ๋งจิ่ว นอกจากเหตุผลนี้ ยังเป็นเพราะความคิดอื่นอีก
หลายวันมานี้เขาได้ยินได้ฟังคำพูดมามากมาย คำชมเชยของศิษย์ร่วมสำนักทำให้เขามีความสุข แต่คำเยาะเย้ยที่มีต่อคุณชายทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
เขามิอาจแยกแยะได้ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริง คุณชายจะรู้สึกอับอายขายหน้าเพราะตัวเองบรรลุสภาวะหรือไม่?
เขาเองก็ทราบดีว่าความคิดของตนดูไร้เดียงสา คุณชายความรู้ล้ำลึก รอบรู้ทุกสิ่ง เพียงแต่เกียจคร้านไปหน่อยเท่านั้น แล้วจะมาใส่ใจเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร เพียงแต่ถ้าเกิดว่า….
“ดื่มชาถ้วยนี้เสีย”
จิ๋งจิ่วมิได้คิดว่าเด็กน้อยกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ เขาเพียงแต่อยากจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จเรียบร้อยโดยไว จากนั้