นไปทำเรื่องฆ่าเวลาอื่นที่เขาค้นพบในช่วงหลายวันมานี้ต่อ
หลิ่วสือซุ่ยรับชาไป พลางถาม “ในชามีอะไรหรือ?”
นี่เป็นครั้งแรกที่จิ๋งจิ่วออกจากที่พักไปเรียกเขากลับมา ชาถ้วยนี้ย่อมมิใช่ชาธรรมดาแน่
“ข้าใส่ยาลงไปเม็ดหนึ่ง มันจะช่วยให้สภาวะรักษาจิตของเจ้ามีความมั่นคง”
จิ๋งจิ่วมิได้บอกเด็กชายว่าในชามียาจื่อเซวียนอันล้ำค่าอยู่ และมิได้เตือนเขาว่าอย่างแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
หลิ่วสือซุ่ยมิได้ดื่มชา หากแต่มองเขาด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ พลางกล่าว “อาจารย์เซียนก็ให้ยามาสองสามเม็ด ฤทธิ์ยาจะขัดกันหรือเปล่า?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ยาพวกนั้นไม่ดี ไม่กินก็ไม่เป็นไร”
หลิ่วสือซุ่ยส่งเสียงอื้อรับคำ มิถามอะไรต่อ จากนั้นดื่มชาในถ้วยไปจนหมด
เห็นๆ อยู่ว่ากำลังช่วยเขา มองดูเขาดื่มชาอย่างไม่ลังเล ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด จิ๋วจิ่วกลับรู้สึกค่อนข้างมีความสุข
หลังตื่นขึ้นมาจากในถ้ำนั้น บุรุษหนุ่มชุดขาวก็ไม่ได้รู้สึกสุขใจมานานแล้ว
“อาศัยว่าวันนี้ข้าอารมณ์ดี…เอาล่ะ ความจริงแล้วค่อนข้างธรรมดา แต่…ค่อนข้างน่าเบื่อ ใช่แล้ว น่าเบื่อ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “มีสิ่งใดไม่เข้าใจก็รีบถามข้ามา”
การเลี้ยงดูฟูมฟักศิษย์ของชิงซานนั้นพิกลนัก เพียงโยนตำราเคล็ดการฝึกขั้นต้นให้ แล้วก็มิสนใจอะไรอีก แม้นหลิ่วสือซุ่ยจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด ทว่าก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญพรตในขั้นต้นอยู่ มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรที่เขาใคร่อยากถามจิ๋งจิ่วมานานแล้ว ก็เหม