เช้าตรู่วันที่สอง หลิ่วสือซุ่ยกลับมาอีก เขาปัดกวาดในสวน ไปรับอาหารเช้า เก็บใบไม้มากองจนดูสวยงาม
จิ๋งจิ่วมองดูเขาเงียบๆ
คำพูดที่อาจารย์หลี่ว์กล่าวกับหลิ่วสือซุ่ยเมื่อคืน เขาล้วนแต่ได้ยินทั้งหมด
ต่อให้เขามิได้ยิน อาจารย์หลี่ว์ก็คงจงใจทำให้เขาได้ยิน
อาจารย์หลี่ว์หวังว่าเขาจะรู้ตัว หรือไม่ก็เป็นฝ่ายไล่หลิ่วสือซุ่ยไปเอง เนื่องด้วยรู้สึกอับอายขายหน้า
จิ๋งจิ่วเข้าใจอาจารย์หลี่ว์ดี หากเปลี่ยนเป็นตัวเขา ก็คงกระทำเช่นนี้เหมือนกัน
คนที่บำเพ็ญพรตจะเอาเวลามาใช้กับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรกัน
หากหลิ่วสือซุ่ยรับฟังคำชี้แนะของอาจารย์หลี่ว์ เขาก็เข้าใจดีเช่นกัน หากเปลี่ยนเป็นตัวเขา ก็คงกระทำเช่นนี้เหมือนกัน
ต่อหน้าธรรมวิถี ไม่มีกระทั่งฟ้าดิน นับประสาอะไรกับคุณชายกันเล่า
แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือหลิ่วสือซุ่ยนอนครุ่นคิดทั้งคืน สุดท้ายวันนี้ยังคงมาทำเรื่องเหล่านั้นอยู่ ทั้งยังดูแข็งขันกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
จิ๋งจิ่วพลันรู้สึกใคร่รู้ เจ้าเด็กนี่คิดอย่างไรกันแน่
ทว่าในเมื่อหลิ่วสือซุ่ยมิได้ฟังคำแนะนำของอาจารย์หลี่ว์ เขาก็ย่อมไม่มีทางไล่หลิ่วสือซุ่ยไปเพียงเพราะเรื่องแปลกๆ อย่างเกียรติและศักดิ์ศรี
การมีใครสักคนที่คุ้นเคยกับชีวิตความเป็นอยู่ของตนมาช่วยดูแลชีวิตประจำวันนั้นมิใช่เรื่องง่าย ในช่วงเวลาอันยาวนานก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยมีมาก่อน
หลิ่วสือซุ่ยทำงานช่วงเช้าเสร็จเรียบร้อย เขาชงชากาหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ จ