ได้ทันทีว่าเขาคือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดซึ่งหาได้ยากยิ่ง มิเช่นนั้นคงไม่เลือกเขา
ในเวลานี้หนึ่งปีมานี้ จิ๋งจิ่วไม่ได้สอนอะไรเขามากนัก หากแต่ถ่ายทอดเคล็ดลมหายใจประตูหยกซึ่งเป็นพื้นฐานที่สุดให้
แม้นจะเป็นพื้นฐาน แต่กลับสำคัญยิ่ง เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าของหลิ่วสือซุ่ยถูกรักษาเอาไว้อย่างดี ขอเพียงคนจากสำนักชิงซานมิได้เป็นคนตาบอด เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะปล่อยเขาให้หลุดมือไปเป็นแน่
ทว่าหลิ่วสือซุ่ยใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็ค้นพบความยอดเยี่ยมของเคล็ดลมหายใจประตูหยกแล้ว นี่ออกจะเหนือความคาดหมายของเขาไปเสียหน่อย สติปัญญาของเจ้าเด็กนี่ดีกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก
“เจ้ามิต้องขอบคุณข้า” จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าเองก็เคยสอนข้า ข้าเพียงแค่แลกเปลี่ยนเท่านั้น”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิด ผ่าฟืนทำกับข้าวมันเทียบกับการบำเพ็ญเพียรได้ด้วยหรือ?
จิ๋งจิ่วกล่าวอีกว่า “การบำเพ็ญเพียรต้องการความแน่วแน่และใจที่สงบ พวกงานต่างๆ ในสวนจะมีคนมาคอยดูแลจัดการ เจ้ามิต้องมาที่นี่บ่อยๆ หรอก”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวอย่างร้อนใจ “คุณชายท่านมิต้องการข้าแล้วหรือ?”
จิ๋งจิ่วมิชอบถกเถียง เขายกมือบอกอีกฝ่ายว่าไม่ต้องกล่าวกระไรอีก สายตามองออกไปยังสวนที่อยู่นอกหน้าต่าง พบว่าพื้นที่ใหญ่มิใช่น้อย หากต้องปัดกวาดคงยุ่งยากทีเดียว ทั้งเรื่องส่วนตัวเขาก็มิชอบให้คนแปลกหน้ามาวุ่นวาย
“อย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้า”
……
……
ใบไม้หลุดร่วงลงมาตามลม ก่อนจะไหลลงไปตามสา