ยธาร
เวลาเหมือนดั่งสายน้ำ ไม่นานก็ผ่านไปสิบกว่าวัน
เหล่าศิษย์นอกสำนักของศาลาหนานซงฝึกฝนอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืนมิได้เกียจคร้าน ทุกคนต่างขยันขันแข็ง ไม่มีใครกล้าเอ้อระเหยแม้แต่คนเดียว
ทั่วทุกที่บนที่ราบริมผาสามารถมองเห็นเหล่าลูกศิษย์วัยเยาว์กำลังฝึกฝนร่างกาย บางคนยืนม้า บางคนหลังพิงต้นสน แต่หลายคนกำลังฝึกเพลงหมัดอยู่
ตั้งแต่เช้าตรู่ยันอาทิตย์ตกดิน เสียงออกหมัดดังมิขาด เสียงตะโกนดังมิหยุด ช่วงต้นฤดูร้อน สายลมพัดโบก ใบไม้หลุดร่วงตามลม เหล่านกในป่ายิ่งมิได้อยู่กันอย่างสงบ
คนที่ออกหมัดได้ดี ก็พอจะมองเห็นควันสีขาวได้ลางๆ
เมื่อเห็นภาพเหล่านี้ อาจารย์หลี่ว์ค่อนข้างพึงพอใจ พลางครุ่นคิดภายในสามเดือนน่าจะมีลูกศิษย์มากกว่าครึ่งเข้าสู่สภาวะขั้นแรกได้สำเร็จ
ในเวลานี้หลิ่วสือซุ่ยเดินออกมาจากด้านในหอกระบี่
อาจารย์หลี่ว์มองดูเขา รู้สึกยิ่งพึงพอใจ ใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กน้อย ภายในใจครุ่นคิดมิเสียทีที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด มิทำให้ผิดหวังจริงด้วย
จากการพิเคราะห์ของเขา อย่างมากอีกไม่กี่วัน หลิ่วสือซุ่ยจักสามารถเข้าสู่สภาวะรักษาจิตได้สำเร็จ และหากคำนวณตามความเร็วนี้ อีกหนึ่งปีข้างหน้า เด็กคนนี้มีโอกาสที่จะฝึกไปจนสภาวะรักษาจิตอยู่ในขั้นบริบูรณ์
หากศาลาหนานซงมีลูกศิษย์อัจฉริยะที่สามารถเข้าเป็นศิษย์ในสำนักภายในหนึ่งปีได้ล่ะก็….
เมื่อคิดถึงศิษย์พี่เมิ่งที่ตอนนี้อยู่บนยอดเขาซั่งเต๋อผู้นั้น ความปราร