ถนาภายในใจเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
หากมิเป็นเพราะโชคดีไปเจอกับเจ้าล่าเยวี่ยเข้า ไฉนเลยศิษย์พี่เมิ่งผู้นั้นจะมีโชคชะตาที่ดีเช่นนี้ได้
สายตาอาจารย์หลี่ว์เคลื่อนตามหลิ่วสือซุ่ยไป ครั้นเมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปในบ้านพักหลังนั้น รอยยิ้มพลันหดหาย สองคิ้วขมวดขึ้นมา
บ้านพักหลังนั้นเป็นของจิ๋งจิ่ว
ไม่ว่าจะเป็นเขาหรือว่าศิษย์นอกสำนักเหล่านั้น ต่างก็ไม่รู้ว่าในเวลาสิบกว่าวันนี้ จิ๋งจิ่วทำอะไรไปบ้าง
เมื่อเลยเวลาเที่ยงวัน ก็จะเห็นจิ๋งจิ่วนอนตากแดดอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวหนึ่ง แล้วก็ไม่รู้ว่าเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นมาจากไหน
นับวันอาจารย์หลี่ว์ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองมองอะไรพลาดไป
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจจริงๆ นั้นมิใช่ความไม่ได้เรื่องของจิ๋งจิ่ว หากแต่เป็นเรื่องที่จนถึงวันนี้แล้ว หลิ่วสือซุ่ยยังคงมองตัวเองเป็นเด็กติดตาม หรือพูดอีกอย่างก็คือคนรับใช้ของจิ๋งจิ่วอยู่
ให้ความสำคัญสำนักแลอาจารย์เซียน ให้ความเคารพเพื่อนร่วมสำนัก หลิ่วสือซุ่ยมิได้ตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขายังคงปฏิบัติตัวเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในหมู่บ้าน ทุกวันคอยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของจิ๋งจิ่ว
ทุกวันหลังฝึกฝนอย่างหนัก เขายังต้องไปที่บ้านพักหลังนั้นเพื่อทำงานต่างๆ
ทุกคราที่เห็นภาพนี้ มิว่าจะเป็นอาจารย์หลี่ว์หรือเหล่าลูกศิษย์ก็ล้วนแต่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าขบขันยิ่งนัก แล้วก็ย่อมต้องเกิดความรู้สึกไม่พอใจในตัวจิ๋งจ