ิ่วอย่างมากด้วย
หากว่าตามกฎเกณฑ์ หรือพูดอีกอย่างก็คือธรรมเนียมปฏิบัติของสำนักชิงซานแล้ว ปกติน้อยครั้งมากที่จะมีการแทรกแซงการบำเพ็ญเพียรของศิษย์นอกสำนัก ทว่าความคิดที่อยู่ภายในใจของอาจารย์หลี่ว์อันนั้น นับวันจะยิ่งรุนแรงขึ้น จนเขาใกล้จะสะกดเอาไว้ไม่อยู่แล้ว
เขาไม่ต้องการให้บุรุษหนุ่มที่มีดีแต่รูปโฉมที่งดงามผู้นั้นมาถ่วงเวลาอัจฉริยะที่มีอนาคตสดใสที่สุดของสำนักชิงซาน
เขาคิดอยากจะหาโอกาสเหมาะๆ แยกนายบ่าวคู่นี้ออกจากกัน ถึงขนาดกำลังครุ่นคิดว่าควรจะหาเหตุผลไล่จิ๋งจิ่วออกไปจากสำนักหรือไม่?
……
……
กลางดึกเงียบสงัด หลิ่วสือซุ่ยกลับมายังที่พักของตน เขาผลักประตูด้านหน้าเข้ามา ก่อนจะเห็นอาจารย์หลี่ว์ยืนอยู่ตรงสวน
เขาเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก เพียงปราดเดียวก็เดาได้ว่าอาจารย์เซียนมาด้วยเหตุใด สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด
อาจารย์หลี่ว์มองเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไป กล่าวว่า “คงมิต้องให้ข้าพูดอะไรแล้วกระมัง”
หลิ่วสือซุ่ยกัดริมฝีปาก มิกล่าวกระไร
อาจารย์หลี่ว์คิดไม่ถึงว่าเขาจะดื้อดึงปานนี้ จึ่งกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ผู้บำเพ็ญพรตไม่สนใจโชคชะตา สายตามองดูคนที่อยู่เบื้องล่าง แล้วจะไปเป็นคนใช้ให้ผู้อื่นได้อย่างไร?”
หลิ่วสือซุ่ยก้มหน้ากล่าวว่า “คุณชายมีบุญคุณต่อข้า ข้าต้องตอบแทนเขา”
อาจารย์หลี่ว์ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ข้าไม่สนว่าเจ้ากับเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไรในโลกปุถุชน ทว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่ เรื่องราวในอดีตต้องตั