ดขาดให้สิ้น สิ่งที่สำนักชิงซานเราฝึกปรือคือวิถีกระบี่ สิ่งที่ต้องรักษาคือใจแห่งกระบี่ หรือกระทั่งความสามารถในการตัดสินใจแค่นี้ เจ้าก็ยังไม่มี?”
หลิ่วสือซุ่ยยังคงก้มหน้า กล่าวเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “หากอาจารย์เซียนจะไล่คุณชายไป เช่นนั้นข้าก็ไม่ขอฝึกแล้วเช่นกัน”
อาจารย์หลี่ว์ได้ยินเช่นนี้พลันโกรธเล็กน้อย เนื่องเพราะการบำเพ็ญพรตคือความฝันของคนธรรมดามากมายบนโลก แต่เขากลับคิดจะละทิ้งมันเพียงเพราะคนอื่น?
แต่ทันใดนั้น ความโกรธภายในใจเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมเล็กๆ หลิ่วสือซุ่ยตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้ มันก็ตรงกับวิถีแห่งกระบี่ของชิงซานมิใช่หรือ?
อาจารย์หลี่ว์มองไปในดวงตาของหลิ่วสือซุ่ย กล่าวว่า “ข้าจะเคารพความปรารถนาของเจ้า ไม่บีบบังคับไล่เขาออกไป แต่เจ้าต้องจำไว้ เจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญพรตอย่างแท้จริง อยู่เหนือกว่าคุณชายผู้นั้นของเจ้ามากนัก ไม่ว่าเจ้าจะสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงมันยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี สุดท้ายก็จะมีวันหนึ่งที่เขาตามฝีเท้าเจ้ามิทัน อยู่ห่างกับเจ้าคนละชั้นเมฆ ไม่มีทางได้พบกันอีก ข้าเพียงหวังว่าก่อนถึงเวลานั้น เจ้าจะไม่ถูกเขาถ่วงเอาไว้”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็เดินออกจากที่พักไป
หลิ่วสือซุ่ยเงยหน้าขึ้นมา สีหน้าเลื่อนลอย
จากนั้นเขามองไปยังบ้านข้างๆ ที่ถูกความมืดปกคลุม สีหน้าดูลังเล
………………………………………………………………………