อาจารย์หลี่ว์เดินเข้าไปเคาะโต๊ะ
ชายชุดเทาผู้นั้นตื่นขึ้นมา ก่อนจะขยี้ดวงตาที่แห้ง ครั้นเห็นว่าเป็นอาจารย์หลี่ว์พลันรู้สึกดีใจ แต่พอได้เห็นคราบดินเปียกที่อยู่ตรงปกเสื้อและรองเท้าก็ต้องรู้สึกตกใจ
“ศิษย์พี่หลี่ว์ เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ก็เหมือนเด็กน้อยที่เรียนรู้ที่จะเดินเป็นแล้ว ย่อมไม่มีทางคิดกลับไปคลานอีกแน่ ผู้บำเพ็ญพรตที่เรียนรู้การขี่กระบี่เป็นแล้ว ใครยังคิดอยากกลับไปเดินอีกเล่า?
อาจารย์หลี่ว์กล่าวว่า “แค่อยากระวังเอาไว้หน่อย ไม่เช่นนั้นถ้าถูกทางสามด้านนั้นรู้เข้าแล้วมาแย่งคนไปจะทำอย่างไรเล่า?”
ชายชุดเทาผู้นั้นกล่าวว่า “ศิษย์สำนักเดียวกันทั้งนั้น ไม่ถึงขนาดนั้นกระมัง”
อาจารย์หลี่ว์กล่าวว่า “แล้วหากเป็นสำนักอื่นมาแย่งไปเล่า จะทำอย่างไร?”
ชายชุดเทายิ้มพลางกล่าว “ศิษย์พี่กล่าวเช่นนี้ ข้าชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าท่านไปเจอกับเพชรเม็ดงามแบบไหนมา ถึงได้ตื่นเต้นเพียงนี้”
อาจารย์หลี่ว์ส่งสัญญาณบอกให้จิ๋งจิ่วและหลิ่วสือซุ่ยก้าวเข้ามา พลางกล่าวว่า “นี่คือหมิงกั๋วซิ่ง เป็นอาจารย์เซียนที่คอยจดบันทึกเข้าออกประตูทิศใต้ของสำนักเรา ก่อนที่จะเข้าเป็นศิษย์ในสำนัก พวกเจ้าต้องเรียกเขาว่าอาจารย์อา”
หลิ่วสือซุ่ยรีบตะโกน “อาจารย์อาหมิง”
หมิงกั๋วซิ่งมองเห็นจิ๋งจิ่ว เขาตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะได้สติขึ้นมา พลางกล่าวชมเชยไม่ขาดปาก “ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้างดงามราวรูปปั้นแกะสลัก ศิษย์พี่หลี่ว์ วันนี้ท่านโชคด