ีจริงๆ ด้วย”
“จะดีแต่รูปหรือเปล่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน ที่ข้าเลือกคือคนเล็กต่างหาก”
อาจารย์หลี่ว์ถอนใจ พลางพูดออกมาต่อหน้าจิ๋งจิ่ว
ในช่วงเวลาสามวันที่เดินทางมา ความประทับใจที่เขามีต่อจิ๋งจิ่วยิ่งลดน้อยลงทุกที ถึงขนาดแอบรู้สึกเสียใจ
เขาไม่เคยเห็นใครที่เกียจคร้านเช่นนี้มาก่อน
แต่แน่นอน สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์จริงๆ คือการที่หลิ่วสือซุ่ยซึ่งเป็นอัจฉริยะในสายตาเขาถูกคนเช่นนี้เรียกใช้งาน
อาจารย์อาหมิงผู้นั้นมองไปทางหลิ่วสือซุ่ยตามที่อาจารย์หลี่ว์บอก ก่อนจะเห็นลมหายใจของเด็กชายคนนั้นสะอาดบริสุทธิ์ สายตาแน่วแน่มั่นคง จึงอดพยักหน้าขึ้นมามิได้ ภายในใจครุ่นคิดว่าเป็นเด็กที่ไม่เลวจริงด้วย
กระทั่งเขาใช้จิตจำแนกแห่งกระบี่ตรวจสอบดู ก็อดรู้สึกตกใจขึ้นมาอย่างมากไม่ได้ ภายในใจตื่นเต้นจนกระทั่งสุ้มเสียงสั่นเครือขึ้นมา
“เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด!”
อาจารย์หลี่ว์กล่าวยิ้มๆ “ถูกต้อง”
หมิงกั๋วซิ่งตะโกนอย่างร้อนใจ “เช่นนั้นมัวยืนเหม่อทำไมเล่า รีบเข้ามา!”
อาจารย์หลี่ว์พาจิ๋งจิ่วแลหลิ่วสือซุ่ยเดินเข้าประตูหินไป
หมิงกั๋วซิ่งลูบหน้าอกเบาๆ จากนั้นยิ้มพลางสบตาเขา ในที่สุดก็โล่งใจ
เมื่อผ่านเข้าประตูมาก็ถือเป็นศิษย์สำนักชิงซาน ผู้ใดก็อย่าได้คิดแย่งไป
อย่าว่าแต่สำนักบำเพ็ญพรตเหล่านั้นเลย แม้นเป็นคนจากเมืองเจาเกอก็ไม่มีประโยชน์ กระทั่งปู้เหล่าหลินกับเจวี่ยนเหลียนเหรินก็ไม่กล้าเหยียบเข้ามาที่นี่แม้เพียงก้าวเดี