ยว
ในช่วงเวลาหลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา ผู้ใดกล้าเข้ามาเหิมเกริมในสำนักชิงซาน?
หมิงกั๋วซิ่งยกพู่กันจุ่มลงไปในถาดหมึกพลางเปิดหน้าสมุด สายตามองดูหลิ่วสือซุ่ย ถามว่า “ชื่ออะไร?”
หลิ่วสือซุ่ยตอบอย่างประหม่าเล็กน้อย “หลิ่วสือซุ่ย”
หมิงกั๋วซิ่งงุนงงเล็กน้อย กล่าวว่า “ชื่อ มิใช่อายุ”
หลิ่วสือซุ่ยลืมตาโต กล่าวว่า “ข้าเรียกชื่อนี้ มิได้หรืออย่างไร?”
คราแรกเขาเองก็มิค่อยพอใจชื่อนี้สักเท่าไร ทว่าตอนนี้เคยชินเสียแล้ว ออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ
“อย่าว่าแต่สือซุ่ยเลย ต่อให้เจ้าอยากชื่อว่านซุ่ย[1]ก็ไม่เป็นปัญหา”
หมิงกั๋วซิ่งยิ้มพลางกล่าว
เมื่อบันทึกข้อมูลของหลิ่วสือซุ่ยเสร็จเรียบร้อย เขาจึงมองไปทางจิ๋งจิ่ว ถามว่า “เจ้าล่ะ?”
แม้นจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าที่แสนงดงามนั้น เขาก็ยังอดหรี่ตาลงมิได้ ภายในใจลอบส่งเสียงจุ๊ๆ ชมเชย
“จิ๋งจิ่ว คนเจาเกอ”
บุรุษหนุ่มมองไปทางยอดเขาโดดเดี่ยวที่อยู่อีกฟาก พลางตอบส่งๆ ออกมา
หมิงกั๋วซิ่งกำลังตื่นเต้น จึงมิได้ใส่ใจที่เขาเสียมารยาท หนำซ้ำยังพูดให้กำลังใจอย่างอ่อนโยนไปหลายประโยค จากนั้นหมุนตัวมองไปทางหลิ่วสือซุ่ย เตรียมจะสนทนากับเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดผู้นี้เสียหน่อย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลิ่วสือซุ่ยมิได้ชายตามองเขาเสียด้วยซ้ำ หากแต่สืบเท้าเดินเข้าไปด้านในประตู เนื่องด้วยจิ๋งจิ่วออกเดินไปแล้ว
บนถนนขึ้นสู่เขา บุรุษหนุ่มชุดขาวเดินนำหน้า เด็กชายแบกสัมภาระเดินตามอยู