่ด้านหลัง
ครั้นเห็นภาพนี้ หมิงกั๋วซิ่งตกใจยิ่งนัก กล่าวว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
“พวกเขาเป็นนายกับบ่าว”
อาจารย์หลี่ว์คิดถึงคำพูดที่บิดาแซ่หลิ่วพูดกับตน พลางขมวดคิ้วขึ้นมา
“เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าเป็นบ่าวให้คนอื่นงั้นหรือ?” หมิงกั๋วซิ่งตกตะลึงอย่างมาก เขามองอาจารย์หลี่ว์พลางกล่าวว่า “ไม่ว่าก่อนนี้พวกเขาจะมีสัมพันธ์กันเช่นไร แต่ทันทีที่ผ่านเข้าประตูมา เรื่องในโลกปุถุชนจะไม่มีความหมายอีก หรือท่านไม่ได้บอกพวกเขาเรื่องนี้?”
อาจารย์หลี่ว์รู้สึกจนปัญญา เขาบอกเรื่องนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกแล้ว จิ๋งจิ่วมิได้ว่ากระไร กลับเป็นหลิ่วสือซุ่ยที่พูดอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง
……
……
ม่านหมอกสลายตัวไปนานแล้ว ทว่าในสายลมกลับยังมีความชื้นอยู่ ทางขึ้นเขาราบเรียบ เวลาเดินค่อนข้างมีความสุขทีเดียว
หลิ่วสือซุ่ยมองดูหน้าผาแลยอดเขาที่อยู่รอบๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ภายในใจทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้น
บางทีอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากเขา หรืออาจเป็นเพราะความทรงจำที่ยาวนานกว่านั้นถูกกระตุ้นขึ้นมา สายตาของจิ๋งจิ่วจึงหยุดอยู่ที่ทิวทัศน์รอบๆ นานขึ้นกว่าเดิม
ทั้งคู่เดินเท้าไปด้วยอารมณ์เช่นนี้ ไม่นานก็เดินไปได้สิบกว่าลี้ จนมาถึงพื้นที่ราบริมผาที่อยู่กึ่งกลางภูเขา
บริเวณรอบๆ หน้าผาล้วนแต่เป็นต้นไม้สูงใหญ่ บริเวณนั้นมีกระท่อมฟางตั้งกระจัดกระจายอยู่หลายสิบหลัง
หมอกก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง กระท่อมฟางปรากฏกายตะคุ่มๆ อยู่