นักพรตวัยกลางคนผู้นั้นนามอาจารย์หลี่ว์ มาจากยอดเขาซั่งเต๋อซึ่งเป็นยอดเขาที่สามของชิงซาน ตอนนี้สภาวะของเขาอยู่ในขั้นสามความนึกคิดบริบูรณ์ เนื่องจากความพยายามที่จะเข้าไปถึงขั้นมิประจักษ์สองครั้งก่อนหน้าไม่ประสบความสำเร็จ จึงจำต้องหยุดความพยายามที่จะเข้าไปถึงขั้นนั้นไว้ก่อน ตอนนี้รับหน้าที่เป็นอาจารย์ของศาลาหนานซง รับผิดชอบดูแลศิษย์นอกสำนักที่เข้ามาใหม่
ด้วยสถานะของเขา เดิมเขาไม่มีความจำเป็นต้องออกมาหาลูกศิษย์ด้วยตัวเอง แต่หลายปีมานี้คุณภาพของศิษย์ในศาลาหนานซงล้วนแต่ธรรมดาอย่างมาก มิอาจเทียบกับศิษย์จากส่วนอื่นได้ นี่ทำให้เขารู้สึกกดดันยิ่งนัก
ตอนนี้เขามิได้หวังจะสร้างชื่อเสียงอะไร เพียงหวังว่าตนจะสามารถฟูมฟักศิษย์ดีๆ ได้สักหลายคน หรือไม่ก็ได้รับยาวิเศษจากอาจารย์ แล้วสุดท้ายค่อยพยายามบำเพ็ญให้ถึงขั้นมิประจักษ์อีกครา
ในตอนที่เขาได้ยินข่าวคราวจากที่ไหนซักแห่งในยอดเขาที่เก้าว่าในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลแห่งนี้มีสิ่งที่ควรแก่การที่เขาจะแวะมาชม เขาจึงรีบรุดมาโดยเร็ว
เขาซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ คอยจับตาดูเด็กชายอายุสิบกว่าขวบคนนั้น ก่อนจะพบว่าข่าวคราวที่ได้ยินมามิผิด แม้นจะคอยจับตาดูอยู่ห่างๆ ก็ยังสัมผัสได้ถึงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของอีกฝ่าย
ในตอนที่ใช้จิตจำแนกแห่งกระบี่กวาดออกไป เขายิ่งรู้สึกยินดีมากขึ้นกว่าเดิม — เด็กคนนั้นคือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด!
เพชรเม็ดงามเช่นนี้ อย่าว่าแต่บริเวณรอบเขา