ชิงซานเลย แม้นจะเป็นเมืองที่มีความเฟื่องฟูเหล่านั้น หรือกระทั่งเมืองเจาเกอ เกรงว่าต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะมีคนเช่นนี้ปรากฏขึ้นมาสักคน อาจารย์หลี่ว์ไหนเลยจะมัวคิดถึงว่าจะทำเด็กชายคนนั้นตกใจหรือไม่ เขาปรากฏกายออกมาจากความมืด แต่ยังมิทันที่จะเอ่ยปากกล่าววาจาใดออกมา เขาพลันถูกอีกเรื่องหนึ่งดึงดูดความสนใจเอาไว้
เด็กชายคนนั้นตกใจ จึงไปหลบอยู่หลังบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่ง
เหตุที่เขาเกิดความรู้สึกระวังตัวขึ้นมา ก็เพราะในตอนที่เขาสังเกตดูเด็กชายจากระยะไกล เขาหาได้สังเกตเห็นบุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่
อีกฝ่ายนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างบ่อน้ำ
จิตจำแนกแห่งกระบี่ของเขาลอยไปตกบนตัวบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้นั้นในทันที แต่เขากลับพบว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้บำเพ็ญพรตมา ในร่างกายหาได้มีเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋า นี่ทำให้เขารู้สึกตกใจเล็กน้อย
ทว่าในตอนที่สายตาของเขามองไปยังใบหน้าของบุรุษหนุ่มชุดขาว เขายิ่งรู้สึกตกใจกว่าเดิม
เขาอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตมาหลายปี แต่ยังไม่เคยพบพานบุรุษคนไหนที่มีใบหน้างดงามเช่นนี้มาก่อน
อย่าว่าแต่ลูกหลานของตระกูลขุนนางชั้นสูงในเมืองเจาเกอเหล่านั้นเลย แม้นจะเป็นเหล่าศิษย์น้องหญิงบนยอดเขาชิงหรง หรือเหล่าศิษย์หญิงมีชื่อเสียงเรื่องความงดงามในสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยก็ยังไม่อาจเทียบกับใบหน้านี้ได้
แต่ไหนแต่ไรมา โลกแห่งการบำเพ็ญพรตเชื่อในหลักเหตุผลข้อหนึ่ง นั่นคือ ‘ผู้ที่ยอดเยี่ยมนั้นไม่ธรรมดา’
ไม