ไป
บิดาแซ่หลิ่วใช้สายตาตักเตือนมองดูนาง ก่อนจะกล่าวอย่างเคารพนอบน้อมว่า “คุณชาย ท่านจะเอาอะไรไปใช้ระหว่างทางด้วยหรือไม่? สือซุ่ยแบกไหว”
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ สองมือไพล่หลังก้าวเดินออกไปด้านนอกสวน
อาจารย์หลี่ว์ที่อยู่ด้านนอกสวนมองดูภาพเหตุการณ์นี้ สองคิ้วขมวดเล็กน้อย
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในโอ่งน้ำด้านหลังห้องปีกข้างของบ้าน มียาวิเศษสีเขียวอ่อนครึ่งเม็ดกำลังละลายอย่างช้าๆ จนกระทั่งสลายหายไปในน้ำจนมองไม่เห็นอีก
อาจารย์หลี่ว์พาจิ๋งจิ่วและหลิ่วสือซุ่ยเดินเข้าไปม่านหมอกยามเช้า ก่อนจะหายไปในสายหมอกอย่างรวดเร็ว
สองสามีภรรยาแซ่หลิ่วเดินปาดน้ำตากลับเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นไม่รู้ว่าควรทำอะไร ทั้งคู่ยืนงุนงงอยู่ครู่ จึงเริ่มปัดกวาดภายในบ้านและต้มน้ำทำกับข้าว
ไม่ว่าจะต้มโจ๊กหรือชงชาราคาถูก น้ำที่ใช้ก็ล้วนแต่เป็นน้ำที่อยู่ในโอ่งน้ำ
ในเวลานี้ มารดาแซ่หลิ่วถึงได้พบว่าภายในบ้านมีบางสิ่งหายไป
เก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นไม่อยู่แล้ว
……
……
มิรู้เหตุใด อาจารย์หลี่ว์ถึงไม่ได้เลือกที่จะขี่กระบี่บินกลับมายังสำนักชิงซาน หากแต่ใช้การเดินแทน
หลิ่วสือซุ่ยย่อมคิดไม่ถึงเรื่องเหล่านี้ เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าบนโลกจะมีคนสามารถขี่กระบี่ไปไหนมาไหนได้
ทว่าจิ๋งจิ่วกลับทราบดีว่าศิษย์รุ่นสามของสำนักชิงซานผู้นี้ เวลานี้อยู่ในขั้นสมความนึกคิด ตามหลักแล้วสามารถขี่กระบี่เดินทางไปมาได้อย่างอิสระ แม้นจะพาคนมาด้วยอีกสองคนก็มิเป็นปัญหา
เช่นนี้