้องใช้เวลาในการดู… คุณธรรมของข้าหน่อยหรือ?”
จิ๋งจิ่วมองดูท้องฟ้านอกหน้าต่าง กล่าวว่า “นิสัย”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “ใช่ คำนี้แหละ”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เรื่องแบบนี้ย่อมต้องดูพรสวรรค์ นิสัยเแปรเปลี่ยนตามกาลเวลา จะดูได้อย่างไร? อีกอย่างหรือเจ้าคิดจริงๆ ว่าการที่เจ้าเป็นคนดีมันจะทำให้เจ้าไร้ศัตรู?”
หลิ่วสือซุ่ยเกาศีรษะ กล่าวว่า “หรือว่าไม่ใช่? ในหนังสือล้วนแต่ว่าไว้เช่นนี้”
จิ๋งจิ่วมิได้หมุนตัวกลับมา กล่าวว่า “แน่นอนว่ามิใช่ ผู้ที่ใจปล่อยวางต่างหากจึงจะไร้ศัตรู”
หลิ่วสือซุ่ยไม่เข้าใจคำพูดประโยคนี้ สายตามองดูแผ่นหลังของเขา ทว่าจู่ๆ ภายในใจพลันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว
……
……
ช่วงเวลาเช้าตรู่ ท้องฟ้าเริ่มสว่างรำไร ดวงอาทิตย์เริ่มเผยกายออกมาจากหมู่ยอดเขาที่อยู่อีกฟาก ไม่รู้เมื่อไรถึงจะลอยขึ้นมา
อาจารย์หลี่ว์มาแล้ว
สามีภรรยาตระกูลหลิ่วมาส่งหลิ่วสือซุ่ยตรงหน้าสวนเรือน พลางเช็ดน้ำตาอย่างเงียบๆ รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แต่ที่มากกว่านั้นคือดีใจ
เสียงฝีเท้าดังขึ้น จิ๋งจิ่วเดินออกมาจากภายในบ้าน สายลมยามเช้าพัดผ่านชุดสีขาว สองมือของเขาว่างเปล่า มิได้ถืออะไรออกมาด้วย
เมื่อเห็นภาพนี้ สองสามีภรรยาตระกูลหลิ่วอดนึกถึงเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านี้ขึ้นมาไม่ได้ ในตอนที่เขาเดินเข้ามาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน เขาก็คล้ายจะอยู่ในสภาพเช่นนี้เหมือนกัน
มารดาแซ่หลิ่วมองดูบิดาแซ่หลิ่ว คล้ายจะกล่าวอะไรออกมา แต่ก็หยุด