ใจเล็กน้อย
จิ๋งจิ่วลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “อยากไปก็ไป”
หลิ่วสือซุ่ยสีหน้ายินดี กล่าวว่า “ขอรับ คุณชาย”
ความประหลาดใจของอาจารย์หลี่ว์แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง
ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลเช่นนี้ เหตุไฉนถึงได้มีคุณชายที่รูปงามถึงเพียงนี้ได้?
เขามองดูจิ๋งจิ่ว พลันกล่าวว่า “เจ้าล่ะ? ยินดีตามข้าเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร และปรารถนาจะมีชีวิตยืนยาวหรือไม่?”
……
……
อีกด้านหนึ่งของกำแพง คำพูดแลเสียงร่ำไห้ของสองสามีภรรยาตระกูลหลิ่วดังเล็ดรอดออกมา เพียงแต่พวกเขาจำคำเตือนของอาจารย์เซียนได้ จึงมิกล้าทำให้ในหมู่บ้านแตกตื่น ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามทำให้เสียงเบาที่สุด
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่ริมหน้าต่าง สายตาทอดมองดูดวงดาราที่อยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน นิ่งเงียบมิเอ่ยวาจาใจออกมา ไม่รู้กำลังครุ่นคิดเรื่องใดอยู่
รุ่งเช้าพรุ่งนี้อาจารย์หลี่ว์ผู้นั้นจะมาพาหลิ่วสือซุ่ย…และตัวเขาไปยังสำนักชิงซาน
หลิ่วสือซุ่ยเก็บข้าวของ เขาเป็นเด็กที่ขยันขันแข็ง แต่การเก็บข้าวของสัมภาระเช่นนี้ เขาเพิ่งจะเคยทำเป็นครั้งแรก ทว่าสีหน้าสับสนบนใบหน้าเล็กๆ นั้นมิใช่เพราะเหตุนี้ หากแต่เป็นเพราะจิตใจเขากำลังตกตะลึงอย่างรุนแรง สติยังคงเลอะเลือนมิฟื้นคืนมาทั้งหมด บางทีอาจเพราะเหตุนี้ เขาจึงมิได้ครุ่นคิดถึงความเป็นจริงที่ว่าจิ๋งจิ่วมิใช่อาจารย์เซียน
“เพียงเท่านี้ก็เป็นอันใช้ได้งั้นหรือ…”
เด็กชายยังคงพูดติดๆ ขัดๆ เล็กน้อย “อาจารย์เซียนผู้นั้นมิต