เช่าส่ายหน้า “ท่านแม่มีแรงแค่ไหนกันเชียว อีกอย่างนางจะตบข้าก็ไม่ผิด คนพวกนี้เป็นข้าที่พามาเอง”
“เหตุใดต้องมาลงที่ศิษย์พี่ด้วยเห็นได้ชัดว่าเป็นคนอื่น…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว” ถังเช่าห้ามนางเสียงเบาแล้วเดินไปตามทางเดิน “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่จำเป็นต้องพูดถึงมัน”
เวินซิ่วอี๋ยิ่งอึดอัด แต่ก็เดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ อารมณ์ของถังเช่าสงบลงแล้วถามนางว่า “เจ้ากับอาชิ่งเป็นอย่างไรบ้าง”
“อะไรคือเป็นอย่างไรบ้าง” เวินซิ่วอี๋คอตกนางตอบกลับอย่างอ่อนแรง
“หลายปีมานี้อาชิ่งไม่เคยทิ้งเจ้าไปไหนยังรักเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนี้เจ้าก็โตแล้วไม่เคยคิดที่จะ…”
“ศิษย์พี่!” เวินซิ่วอี๋เงยหน้าขึ้นตะโกน ปกติหากเป็นเช่นนี้ถังเช่ามักจะยิ้มอย่างขอไปทีแล้วช่างมันไป แต่ครั้งนี้ปฏิกิริยาของเขาเกินความคาดหมายของเวินซิ่วอี๋ไปมาก
เขาหันกลับไปมองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “ก่อนหน้านี้เจ้ายังเด็กอยู่ เลยคิดว่าเมื่อเจ้าโตขึ้นเจ้าจะเข้าใจ ตอนนี้เจ้าโตพอแล้วซึ่งไม่สามารถโกหกตัวเองเช่นนี้ได้อีก ซิ่วอี๋…เจ้าจำไว้เลยว่าข้าไม่เคยคิดกับเจ้าเฉกเช่นชายหญิงจะไม่แต่งงานกับเจ้า อย่ามาเสียเวลาชีวิตวัยเยาว์กับข้าอีกเลย”
……………