ไม่ได้ที่จะบ่นว่า
“เจ้าผลักเขาออกไปหรือ หมิงเสี่ยวชี เจ้าช่วยหยุดเอาแต่ใจเช่นนี้ได้หรือไม่ คนเขาเป่าเพลงอยู่ดีๆ เจ้าตามเข้าไปร่วมวงกับเขาก็ช่างไป แต่นี่ยังไปกดขี่เขาอีก เช่นนี้มันเกินไปแล้ว!”
หมิงเวยเมินเฉยไม่ได้สนใจเขา และแล้วเสียงขลุ่ยก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ท่วงทำนองก็กลับไป หากตั้งใจฟังดีๆ ก็มีความแตกต่างเล็กน้อยที่คล้ายว่าใช่ แต่จริงๆ ไม่ใช่
“เอ๋!” นักพรตจินรู้จังหวะเพียงเล็กน้อย แต่เขาไม่เชี่ยวชาญฟังดูไม่ถูกต้องแต่เขาไม่แน่ใจ จึงถามไปว่า “นี่เป็นเพลงของท่านหรือไม่”
เมื่อเสียงขลุ่ยเปลี่ยนไปสายตาของคนในห้องโดยสารก็หยุดนิ่ง
นี่มัน…เขาไม่ได้ตอบคำถามของนักพรตจิน จากนั้นเปิดม่านไม้ไผ่ในห้องโดยสาร
ภายใต้ร่มเงาของต้นหลิวเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลถัง
ดอกไม้ไฟที่หยุดชะงักลอยขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง
หนึ่งดอก สองดอก สามดอก…โผล่ต่อเนื่องไม่หยุดแสดงเป็นลวดลายมงคล ดอกไม้สองดอกเบ่งบานพร้อมกัน[1] นกยวนยางโบยบินเคียงคู่กัน หงส์ล้อโบตั๋น มั่งมีไปจนแก่เฒ่า…ดอกไม้ไฟที่งดงามประณีตดึงดูดความสนใจของคนทั้งอี๋ตู
คนพายเรือ พ่อค้าหาบเร่ สตรีทำขนม ชายหญิงกำลังเดินเล่นอยู่บนถนน…ผู้คนนับไม่ถ้วนแหงนมองท้องฟ้ายามร