เรือลำเล็กค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่จวนตระกูลถังผ่านทางน้ำ
มีคนพายเรือทักทายตลอดทาง “นายท่านซื้อดอกท้อไหมขอรับ ดอกท้อจะทำให้ท่านโชคดี โชคของท่านจะมั่งคั่ง!”
“บะหมี่ลูกชิ้นปลา ขายบะหมี่ลูกชิ้นปลา! บะหมี่ลูกชิ้นปลาแท้ๆ ในอี๋ตู ไม่สดไม่คิดเงิน!”
“เกาปิ่ง! เกาปิ่งสดใหม่จากเตา!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่ซื้อกินตลอดทางพลางกล่าวชื่นชมไม่หยุด “อืม เป็นความคิดที่ดีที่ขายของบนเรือ พวกเราไม่ต้องขยับไปไหนเรือก็ว่ายผ่านมา”
“บะหมี่รสชาติไม่เลวเลย น้ำแกงสดเข้มข้น”
“เกาปิ่งก็อร่อย หอมมาก!”
“ท่านทานหรือไม่”
เสียงหัวเราะแผ่วเบามาจากห้องโดยสาร “ไม่ ต้องหิ้วท้องกลับไปกินที่งานแต่งงาน”
“อ้อ เกือบลืมไปเลยไม่ซื้อแล้วๆ” บุรษผู้นั้นพิงหัวเรือเขาดื่มสุรา และพูดคุยกับคนที่อยู่ด้านใน
“มาช่วงเวลานี้ถือว่าดีเลย ไม่ได้มาเร็วกว่านี้หนึ่งวันเลยไม่ต้องรีบกลับมาช่วงงานเลี้ยง นี่ท่านไม่อยากกลับมาเพียงนั้นเลยหรือ”
“ไม่มีอะไรให้คิดถึงครั้งนี้ก็แค่เรื่องบังเอิญ” คนในเรือพูดอย่างเกียจคร้าน ดูเหมือนเขากำลังเล่นอะไรบางอย่างอยู่ในมือ และมีเสียงฮัมเป็นระยะๆ
“อาของท่านดูเหมือนจะเด็กกว่าท่านสองสามปีสินะเขาก็แต่งงานแล้ว แล้วท่านล่ะ”
“ข้าทำไม ไม่ได้คิด