น
จี้เสียวอู่ เวินซิ่วอี๋ แล้วก็ไห่เอี้ยน
เสวี่ยอิงไม่เป็นวรยุทธ์ หากให้อยู่ข้างกายนั้นเสี่ยงเกินไปจึงถูกส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ลานหน้าจวนเต็มไปด้วยเสียงของผู้คน แต่เพราะอยู่ห่างไกลจากที่นี่ไปหน่อยเลยฟังดูบิดเบี้ยวเป็นพิเศษทำให้ที่นี่จะดูเงียบสงบกว่ามาก
หมิงเวยพิงราวบันไดมองดูโคมไฟที่มีชีวิตชีวา และแสงไฟหลากสีสันแล้วถอนหายใจ “แม้รู้ดีว่าคะนึงถึงตลอดเวลานั้นไร้ประโยชน์ แต่ยังคงหลงใหลราวกับคนบ้า…”
สถานการณ์ในตอนนี้กลอนบทนี้ดูจะเข้ามากสุด เพียงแต่การที่นางเป็นคนท่องนั้น…
เวินซิ่วอี๋แค่นหัวเราะแล้วพูดจาเย้ยหยัน “อย่าบอกนะว่าข่าวลือในจวนช่วงนี้เป็นเรื่องจริง ท่านรักกับเยวี่ยอ๋องอย่างสุดซึ้งไม่ใช่หรือ เหตุใดเปลี่ยนใจง่ายจริง”
หมิงเวยพูดเสียงเบา “เป่ยฉีก็คือเป่ยฉี แคว้นฉู่ก็คือแคว้นฉู่ จะเหมือนกันได้อย่างไร คุณหนูเวินดูจากสถานะตกต่ำของข้าในตอนนี้แล้ว ช่วยคืนขลุ่ยให้ข้าได้หรือไม่ ในช่วงเวลาเศร้าๆ เช่นนี้น่าจะมีเพลงบรรเลงบ้างคิดเช่นเดียวกันหรือไม่”
“…”
เหตุใดนางถึงจิตใจไม่มั่นคงได้ใหม่ก็ลืมเก่าเช่นนี้ ช่างหน้าหนาราวกับกำแพงเมือง! แล้วยังต้องการเพลงบรรเลงประกอบอีก เจ้าเล่ห์จริง!
เวินซิ่วอี๋รู้สึกไม่ยิ