บเท้าวิ่งหนีไป!
จี้เสียวอู่ที่อยู่ชั้นบนเบะปาก และพูดอย่างดูถูก “วรยุทธ์แค่นี้ยังจะก่อเรื่องอีก”
หมิงเวยปรบมือให้เขา “พี่ห้าจิตใจนิ่งมาก”
จี้เสียวอู่กลอกตา “เจ้าอย่ามาชมเลย เจ้าชื่นชมผู้ใดผู้นั้นโชคร้ายทันที ข้าไม่อยากโชคร้ายหรอกนะ”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ แล้วหยุดล้อเลียนเขา นางเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า “พระจันทร์ลอยเด่นเหนือทะเลที่อยู่บนเส้นขอบฟ้าเดียวกัน คนรักยังทะเลาะกันตลอดคืน สิ้นสุดคืนก็กลับมารักกัน”
จี้เสียวอู่ยิ้มเยาะ “เจ้าเสพติดการท่องกวีแล้ว”
หมิงเวยเหลือบมองเขา และท่องต่อ “ได้ยินว่าเหนือทะเลมีเขาเซียนชาน แต่สำหรับข้าช่างยากจะไขว่คว้า มีแต่ความว่างเปล่าที่คลุมเครือ”
หืม…
“วันเวลาที่ดีเช่นนี้ ค่ำคืนเช่นนี้ รอ…”
“หมิงเสี่ยวชี!” ยังไม่ทันท่องจบก็ถูกขัดเสียก่อน “อย่าเรียนรู้จากข้า!”
บทกวีสองสามบทนี้ไม่ใช่คืนที่หมิงเวยมาถึงจวนตระกูลจี้เป็นครั้งแรก และเขาได้ท่องมันตอนปีนกำแพงกลับจวนไม่ใช่หรือ
“โอ้ พี่ห้าจำได้ด้วย!” หมิงเวยยิ้มตาหยี “ข้ารู้ว่าพี่ห้าจำเรื่องนี้ได้ไม่ลืม ผ่านมาหลายปีแล้วยังจำวันที่พวกเราพบกันเป็นครั้งแรกได้ชัดเจน”
“…หมิงเสี่ยวชี เจ้าช่วยเลิกทำตัวไร้ยางอายหน่อยจะได้หรื