ทำอะไรน่ะ”
ฉือชิ่งมือสั่นไอสีดำก็หนีออกมาจากฝ่ามือของเขา และบินออกไป
“จับมัน!” หมิงเวยตะโกน ฉือชิ่งพุ่งออกไป แต่มันก็สายเกินไปแล้วไอสีดำหนีออกทางมุมหนึ่งของค่ายกลที่แตกหักไปอย่างรวดเร็ว ฉือชิ่งล้มลงกับพื้น
ถังซีรีบถาม “เป็นอย่างไรบ้าง จับได้หรือไม่”
ฉือชิ่งลุกขึ้น แต่ไม่พบฝันร้ายนั้นอีกแล้วเขาขอโทษถังซีอย่างเสียใจ “นายท่านสิบ ขออภัยด้วยขอรับ ข้า…ข้าน้อยจับมันไม่ได้…” ถังซีรู้สึกผิดหวังมาก
เขาตบหน้าผากตนเองแล้วถามหมิงเวย “มันจะกลับมาอีกหรือไม่”
หมิงเวยมองไปที่ทิศทางของการหลบหนีของฝันร้ายแล้วส่ายหน้า “อาจจะไม่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี” ถังซีขอให้ภายในจวนของตนไม่มีสิ่งนั้นอยู่ก็พอแล้วส่วนมันจะหนีไปที่ไหนเขาไม่สนใจ
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉือชิ่งได้ตระหนักว่าการเป็นพ่อมดแม่มดที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้จบอย่างสวยงามทำให้เขาผิดหวังอย่างมาก จากนั้นก็หันศีรษะไปแล้วพูดว่า
“ซิ่วอี๋! ท่านอย่าทะเล่อทะล่าเข้ามาได้หรือไม่” ถ้าไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของนางเขาคงไม่…
เวินซิ่วอี๋อึ้ง ตั้งแต่เล็กจนโตฉือชิ่งไม่เคยพูดกับนางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเช่นนี้เลย
แต่เรื่องนั้น…นางเห็นสายตาตำหนิขอ