ัน ฝันร้ายถูกดึงเข้าไปพัวพันในชั่วพริบตา
มันพยายามอย่างยิ่งที่จะหลุดพ้น ฉือชิ่งพยายามดึงมันออกมาอย่างสุดชีวิต
“ครึก...” กระจกแปดเหลี่ยมที่แขวนไว้ทั้งสี่ทิศภายในห้องส่งเสียงสั่น
ถังซีจ้องมองฉือชิ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น
“ติง!” กระจกแปดเหลี่ยมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และล้มลงกับพื้น
สีหน้าของถังซีเปลี่ยนไปเขาหันไปมองฉือชิ่ง และเห็นว่าฉือชิ่งกระอักเลือดออกมา
“สิ่งนี้ต่อกรยากเกินไปค่ายกลถูกทำลายไปส่วนหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดเสียงเบา “นายท่านสิบ ข้าจะไปเฝ้าฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปนี้เจ้าค่ะ”
ถังซีไม่เข้าใจเคล็ดวิชา แต่รู้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนมากจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“รวบกวนท่านด้วย” หมิงเวยหันกลับมา และขึ้นไปชั้นบน
เวินซิ่วอี๋มองฉือชิ่งแล้วหันไปมองหมิงเวย จากนั้นก็กัดฟันตามนางไป
นางต้องจับตามองสตรีผู้นั้นดีๆ ไม่ให้นางฉวยโอกาสใช้กลอุบายได้!
เมื่อมาถึงชั้นบนหมิงเวยส่งยันต์หนึ่งแผ่นให้นาง “ท่านไปทางนั้นใช้พลังของท่านสะกดยันต์แผ่นนี้ไว้”
เวินซิ่วอี๋เอ่ยตอบนาง “ท่านสั่งข้าหรือ”
“ท่านไม่ไป หรือจะให้ข้าไปหรือเจ้าคะ” หมิงเวยพูดอย่างไม่เกรงใจ “ตอนนี้ข้าไร้พลังแล้วก็ต