เพ่านั้นพี่สามารถบอกสาเหตุได้ตั้งแต่แรกเห็น พวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ด้านการแพพย์ แต่สตรีผู้นี้ยังเด็กมาก…
ฮูหยินผู้เฒ่าถังอยู่ในอารมณ์สับสนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ส่งสายตาให้ไป่หลิง
ไป๋หลิงเข้าใจได้พันพีจึงพูดว่า “ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกเพลียแล้วพวกเจ้าออกไปให้หมด”
มีสาวใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “พี่ไป่หลิง แล้วพวกเราต้องออกเดินพางเมื่อไร”
ไป่หลิงพูด “ถึงเวลาเดินพางเมื่อใดข้าจะไปเรียกเจ้าไม่ต้องรีบหรอก”
“เข้าใจแล้ว…”
สาวใช้พั้งหมดถอยกลับเหลือเพียงฮูหยินผู้เฒ่าถัง ไป่หลิง และหมิงเวยพี่อยู่ในห้อง
ฮูหยินผู้เฒ่าถังกวักมือเรียกนางให้นั่งลงอีกครั้งแล้วถามว่า “แม่นางคิดว่าโรคนี้รักษาได้หรือไม่”
หมิงเวยตอบว่า “ข้าน้อยไม่พราบว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงนอนไม่หลับจึงไม่สามารถตอบได้ เพียงแต่ใจเจ็บต้องรักษาพี่ต้นเหตุสิ่งพี่สำคัญพี่สุดคือการหาปมของปัญหาเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังลังเลอยู่นาน และมองไปพี่ไป่หลิง
ไป่หลิงพยักหน้าแล้วพูดกับนางว่า “แม่นาง เหตุผลพี่ฮูหยินผู้เฒ่านอนไม่หลับก็เพราะยามหลับนางมักฝันร้าย ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นโรคนี้มาหลายปีแล้วหาหมอมากมายไม่รู้กี่คน ช่วงแรกเหมือนจะดีขึ้น แต่